“ไทยต้อนรับผู้นำธุรกิจเอเปคกว่า 200 คนจาก 21 เขตเศรษฐกิจ ร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ในการประชุม ABAC ครั้งที่ 3 ณ กรุงเทพมหานคร”

ประเทศไทยเตรียมต้อนรับผู้นำภาคธุรกิจระดับแนวหน้าจาก 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปค ในการประชุม APEC Business Advisory Council (ABAC) ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6–9 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น
การประชุมครั้งนี้จัดโดยสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยในปี 2569 ภายใต้การเป็นประธาน ABAC ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปีนี้ ประเทศไทยได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ABAC ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ ในฐานะประธานสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปคประเทศไทย (ABAC Chair Thailand) ทำหน้าที่เป็นประธานในการจัดงาน พร้อมด้วย นายเวทิต โชควัฒนา และ นายปิยะดิษฐ์ อัศวศิริสุข ในฐานะ ABAC Alternate Member ประเทศไทย ร่วมขับเคลื่อนวาระสำคัญของภาคธุรกิจไทยบนเวทีระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานได้เรียนเชิญนายกรัฐมนตรีให้เกียรติกล่าวเปิดการประชุม ABAC ครั้งที่ 3/2569 เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้แทนภาคธุรกิจจากทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และตอกย้ำความสำคัญของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพในเวทีระดับนานาชาติ
ABAC ถือเป็นเสียงของภาคธุรกิจในเวทีเอเปค โดยมีบทบาทสำคัญในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายส่งตรงถึงผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ผ่านรายงาน ABAC Report to APEC Economic Leaders ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านการค้า การลงทุน การเงิน นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล ความยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาว
การเป็นประธาน ABAC ของจีนในปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Openness, Connectivity, Synergy" โดยการประชุมในปีนี้จะมุ่งผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ตลอดจนการสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืนสำหรับทุกภาคส่วน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ การยกระดับประสิทธิภาพการค้าและการลงทุนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล การลดต้นทุนและอุปสรรคทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจ รวมถึงการสร้างระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับประเทศไทย การเป็นเจ้าภาพการประชุม ABAC ครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงของภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งเป็นเวทีในการนำเสนอศักยภาพของประเทศในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยวคุณภาพ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคตต่อผู้นำภาคธุรกิจระดับโลก
นอกจากนี้ การประชุมยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยผลักดันประเด็นที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อภูมิภาค โดยเฉพาะการส่งเสริมการเชื่อมโยงการค้าในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการค้าระหว่างประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ให้สามารถเข้าถึงตลาดโลกได้มากขึ้น
การประชุม ABAC ครั้งที่ 3 ในประเทศไทยจึงไม่เพียงเป็นเวทีหารือของผู้นำภาคธุรกิจในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ดึงดูดการลงทุน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในระยะยาว
ผลลัพธ์จากการประชุมครั้งนี้จะถูกนำไปพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะของภาคธุรกิจเพื่อเสนอต่อผู้นำเอเปคในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (APEC Economic Leaders' Meeting) ต่อไป ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของภูมิภาคที่มีประชากรกว่า 2,900 ล้านคน และมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของ GDP โลก



