แชร์

ตลาดบ้ามือสองแข่งเดือด ไตจรมาสแรกและ 2 ใครจะอยู่หรือใครจะไป

อัพเดทล่าสุด: 10 มิ.ย. 2026
247 ผู้เข้าชม

ภาพรวมตลาดบ้านมือสองในปี 2026 (พ.ศ. 2569) ถือเป็น "พระเอก" ของฝั่งอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตสวนกระแสบ้านใหม่ (มือหนึ่ง) อย่างเห็นได้ชัดครับ เนื่องจากปัจจัยด้านราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่า และทำเลที่ตั้งที่อยู่ใกล้เมืองมากกว่า โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) และนักวิเคราะห์ต่างมองตรงกันว่านี่คือขุมทรัพย์ของฝั่งผู้ซื้อในยุคนี้เลย

​รายละเอียดการเติบโตในไตรมาส 1 และทิศทางในไตรมาส 2 มีดังนี้ครับ

​ ไตรมาส 1: โตแรงแซงทางโค้ง ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่

​ในไตรมาสแรกของปี ตลาดบ้านมือสองคึกคักมากและกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งประเทศ ​สัดส่วนการโอนสูงถึง 67%: ในขณะที่บ้านสร้างใหม่ (มือหนึ่ง) มีสัดส่วนการโอนเหลือเพียง 33% เท่านั้น สะท้อนว่าคนหันมาซื้อมือสองกันเกินครึ่งตลาดแล้ว กลุ่มราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาทมาแรงสุด: มียอดโอนในกลุ่มราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทเพิ่มขึ้นถึง 12.7% (คิดเป็นมูลค่าโตขึ้น 11.5%) โดยได้รับอานิสงส์จากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองของภาครัฐ รวมถึงการแข่งขันปล่อยสินเชื่อรีไฟแนนซ์และโปรโมชันดุเดือดของสถาบันการเงินที่เข้ามาช่วยกระตุ้นตลาด ​ทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทะลักตลาด: มีบ้านที่โดนยึดและทรัพย์สินจากแบงก์เข้ามาเติมในตลาดเยอะมาก (มูลค่ารวมในตลาดประกาศขายแตะระดับ 1.2 ล้านล้านบาท) ซึ่งกลุ่มนี้ดึงดูดใจผู้ซื้อมากเพราะราคาเฉลี่ยต่ำกว่าบ้านมือหนึ่งในทำเลเดียวกันถึง 30%


​ ไตรมาส 2: ทรงตัวในระดับสูง แต่เผชิญแรงกดดันรอบด้าน

​พอเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 (ช่วงเมษายน - มิถุนายน) ตลาดบ้านมือสองยังคงรักษาโมเมนตัมความต้องการไว้ได้ดีกว่าบ้านมือหนึ่ง แต่เริ่มเห็นสัญญาณความท้าทายที่ต้องระวังเพิ่มขึ้น ต้นทุนบ้านใหม่ดันกระแสต่อเนื่อง: ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ต้นทุนการก่อสร้างบ้านใหม่พุ่งสูงขึ้นราว 10% (ผลกระทบจากราคาที่ดินในเมืองและวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์) ส่งผลให้บ้านใหม่ขยับราคาแพงขึ้นไปอีก ปัจจัยนี้ยิ่งผลักดันให้ผู้บริโภคที่สู้ราคาบ้านใหม่ไม่ไหว หลั่งไหลเข้ามาเลือกหา "บ้านมือสอง" มากขึ้น ความเข้มงวดของสินเชื่อยังเป็นกำแพงสูง: แม้ดีมานด์หรือความต้องการซื้อบ้านมือสองจะยังสูงอยู่ แต่ปัญหาใหญ่ในไตรมาส 2 คือ "กู้ไม่ผ่าน" โดยเฉพาะกลุ่มบ้านระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทที่มีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) จากธนาคารพาณิชย์สูงต่อเนื่อง เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังทรงตัวในระดับสูง (มากกว่า 90% ของ GDP) ภาพรวมตลาดอยู่ในช่วง "ปรับฐาน": สภาพตลาดโดยรวมในไตรมาส 2 ถูกประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์ "พอไปได้ถึงทรงๆ" ฝั่งผู้พัฒนาอสังหาฯ รายใหญ่เริ่มหันมาอัดแคมเปญลดแลกแจกแถมเพื่อระบายสต็อกบ้านใหม่ แต่อำนาจการต่อรองส่วนใหญ่ยังคงตกเป็นของ "ผู้ซื้อ" ที่มีความพร้อมทางการเงิน ซึ่งสามารถเลือกช้อปบ้านมือสองสภาพดีราคาถูกได้มากมายในตลาด

ถ้าเทียบกันแล้ว ไตรมาส 1 คือช่วงที่ตัวเลขพุ่งทะยานอย่างโดดเด่น ส่วน ไตรมาส 2 เริ่มเข้าสู่ภาวะเติบโตแบบระมัดระวัง เพราะแม้คนจะอยากได้บ้านมือสองมากแค่ไหน แต่ก็ต้องผ่านด่านตรวจความเสี่ยงและเกณฑ์การปล่อยกู้ที่เข้มงวดของธนาคารให้ได้ก่อน

หากมองตลาดบ้านมือสองในภาพใหญ่ ต้องบอกว่า "ไม่มีจำนวนเจ้าที่ตายตัว" และไม่สามารถนับเป็นรายตัว 5 เจ้าหรือ 10 เจ้าเหมือนตลาดเซเว่นหรือค่ายมือถือได้ครับ เพราะโครงสร้างตลาดนี้มีผู้เล่นกระจัดกระจายและแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มมาก ทว่าหากเราแบ่งตาม กลุ่มอิทธิพลหลักๆ ที่ครองส่วนแบ่งตลาดและแข่งขันกันอย่างรุนแรงในปัจจุบัน จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

​1. กลุ่มสถาบันการเงิน และ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ (BAM, SAM, ธนาคารต่างๆ) กลุ่มนี้คือ "เสือนอนกิน" ที่มีทรัพย์ในมือมากที่สุด เพราะเป็นทรัพย์สินรอการขาย (NPA) หรือบ้านที่หลุดจำนองมา
ผู้เล่นหลัก: BAM (บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์), SAM (บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท), และธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ (ธอส., กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย) จุดเด่น: มีบ้านทั่วประเทศ ราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับตลาด และมักจะมีโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษร่วมกับธนาคารเจ้าของทรัพย์


​2. กลุ่มบริษัทแพลตฟอร์มและเอเจนซีรายใหญ่ (Corporate Brokers / PropTech) ​กลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมทรัพย์ จัดทำระบบค้นหา และบางเจ้าก็ซื้อมา Renovate (ปรับปรุง) เพื่อขายเอง เป็นกลุ่มที่ใช้เม็ดเงินการตลาดและระบบไอทีเข้าสู้สูงมาก ผู้เล่นหลัก: DDproperty, Livinginsider, Baania, PropertyHub (เน้นแพลตฟอร์มลงประกาศ) และกลุ่มที่เน้นรับฝากขาย/รีโนเวทอย่าง Bangkok Asset, Era, RE/MAX, รวมถึง HomeHug


​3. กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ (Developers) ที่ลงมาเล่นเอง ค่ายอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่สร้างบ้านมือหนึ่งขาย เริ่มหันมาเปิดแผนกหรือบริษัทลูกเพื่อรับซื้อ-ฝากขาย "บ้านมือสอง" ของโครงการตัวเองหรือแบรนด์อื่น เพื่อช่วยให้ลูกค้าเก่าเทรดอิน (Trade-in) เปลี่ยนบ้านใหม่ได้ง่ายขึ้น ​ผู้เล่นหลัก: แสนสิริ (Sansiri Home Care / Sansiri Broker), เอพี ไทยแลนด์, แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์


​4. กลุ่มนายหน้าอิสระ และบริษัทรับรีโนเวทรายย่อย (Local Agents & Flippers) เป็นกลุ่มที่มีจำนวนเป็น หมื่นๆ รายทั่วประเทศ มีตั้งแต่เพจเฟบซุกในท้องถิ่น นายหน้าอิสระที่ดูแลเฉพาะโซน (เช่น นายหน้าโซนบางใหญ่, นายหน้าโซนรังสิต) ไปจนถึงกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อบ้านเก่ามารีโนเวทแล้วขายต่อ (Flippers) ถึงแม้จะเป็นรายย่อย แต่เมื่อรวมกันแล้วถือเป็นสัดส่วนที่ใหญ่มากในตลาด
ปัจจุบันตลาดบ้านมือสองไม่ได้แข่งกันที่จำนวนเจ้า แต่แข่งกันที่ "ความโปร่งใสของข้อมูล" และ "ความง่ายในการยื่นกู้"  เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากขึ้น (เข้มงวดเรื่องหนี้ครัวเรือน) เจ้าไหนที่มีระบบช่วยตรวจเช็กเอกสาร ประเมินราคาได้แม่นยำ และช่วยดันเคสกู้แบงก์ให้ลูกค้าได้ดีกว่า เจ้าเน้นจะได้เปรียบที่สุดในตลาดปัจจุบัน

หากต้องการคำตอบว่า "เจ้าไหนครองตลาดมากที่สุด" ต้องแบ่งคำตอบตามประเภทของผู้เล่นในตลาดเพราะบทบาทของแต่ละเจ้าไม่เหมือนกัน (ฝั่งหนึ่งคือคนที่มีทรัพย์ในมือเยอะที่สุด อีกฝั่งคือแพลตฟอร์มที่มีคนใช้หาบ้านเยอะที่สุด) โดยสรุปได้ดังนี้

​1. ฝั่ง "เจ้าของทรัพย์" (ผู้ที่มีบ้านมือสองในมือมากที่สุด) ถ้าพูดถึงองค์กรที่มีทรัพย์สินรอการขาย (NPA) และบ้านมือสองหลุดจำนองในครอบครองมากที่สุดในประเทศไทย ตลาดนี้ถูกผูกขาดโดย "กลุ่มสถาบันการเงินและ AMC" 

ผู้ครองตลาดอันดับ 1 (กลุ่มธนาคาร): ธนาคารพาณิชย์และธนาคารรัฐรวมกัน ครองส่วนแบ่งทรัพย์มือสองในตลาดสูงถึง 63% (นำโดยธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง ธอส., กสิกรไทย, และไทยพาณิชย์)

ผู้ครองตลาดอันดับ 1 (บริษัทบริหารสินทรัพย์): BAM (บมจ.บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์) คือบริษัทเอกชนที่ใหญ่ที่สุด ครองส่วนแบ่งทรัพย์สินรอการขายอยู่ประมาณ 22% ของทั้งตลาด (มีทรัพย์ในมือเฉลี่ยกว่า 14,000 รายการ) ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 15% เป็นของ SAM และ AMC เจ้าอื่นๆ


​2. ฝั่ง "แพลตฟอร์ม / มาร์เก็ตเพลส" (ที่มีคนใช้ค้นหาและลงประกาศมากที่สุด) ​หากมองในมุมของ PropTech หรือเว็บบอร์ด/แอปพลิเคชันที่เป็นตัวกลางให้คนเข้ามาลงประกาศซื้อ-ขาย-เช่า บ้านมือสอง ปัจจุบันเป็นการขับเคี่ยวกันของ 2 ยักษ์ใหญ่ที่กินส่วนแบ่งเค้กแทบจะทั้งหมดในตลาด: DDproperty (ในเครือ PropertyGuru): เป็นพี่ใหญ่และแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด มีจุดเด่นด้านจำนวนประกาศ (Listings) ที่มหาศาล ระบบ SEO ติดหน้าแรก Google แทบทุกคีย์เวิร์ด และมีดาต้าข้อมูลเชิงลึกที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่ของ Search Volume Livinginsider: คู่แข่งที่เติบโตขึ้นมาอย่างร้อนแรงและกลายเป็นผู้นำในกลุ่ม "ผู้ใช้งานจริง (Active Users)" โดดเด่นมากในกลุ่มคอนโดมิเนียมและนายหน้า (Agents) เนื่องจากระบบหลังบ้านใช้งานง่าย มีฟีเจอร์ช่วยดันประกาศ และคอมมูนิตี้นายหน้าที่เหนียวแน่น หากมองหา "ตัวบ้าน" ที่ประกาศขายในตลาดเกือบครึ่งหนึ่งหลุดมาจาก BAM และระบบธนาคาร แต่ถ้ามองหา "พื้นที่ทำมาหากิน/ค้นหา" ตลาดถูกยึดครองโดย DDproperty และ Livinginsider เป็นหลัก



 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธ.ก.ส. ชวนแก๊งค์ศิลปิน ‘เต–สิงโต–กัน–วินนี่–โอม’ ร่วมสนุกในงาน “BAAC Special Day” ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดงาน “BAAC Special Day” ภายใต้แนวคิด The Wining Era เปิดประสบการณ์การออมและการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคง  ผ่านกิจกรรมสุดพิเศษ โดยมีศิลปินชื่อดัง
4 ก.พ. 2026
กรุงศรี-ราช กรุ๊ป ฉลองความสำเร็จในการออกและขาย หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมูลค่า 3,500 ล้านบาท
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และที่ปรึกษาด้านโครงสร้างหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนให้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำโดย นายประกอบ เพียรเจริญ (ที่ 4 จากซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ
6 พ.ค. 2026
กทพ. แจ้งปิดช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ด่านฯ บางครุ 2 ทางออก 1 ช่องทางที่ 6 ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) เพื่อดำเนินงานปรับปรุงเพิ่มสัดส่วนช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษ แบบอัตโนมัติ (Easy pass)‎
‎การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้ว่าจ้าง บริษัท ล็อกซเลย์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เพื่อดำเนินงานปรับปรุงเพิ่มช่องทางระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษแบบอัตโนมัติ (Easy pass) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)
19 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy