แชร์

EMPIRE ครึ่งปีหลัง 69 ย้ำรักษาสมดุลธุรกิจ เดินหน้าสู่เทคโนโลยีโซลูชันองค์กร เพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ ยกระดับศักยภาพแข่งขันยุคดิจิทัล

อัพเดทล่าสุด: 22 มิ.ย. 2026
273 ผู้เข้าชม

EMPIRE เดินหน้าแผนครึ่งปีหลัง 2569 สานต่อการปรับโครงสร้างธุรกิจ จากผู้เชี่ยวชาญด้านงานระบบอาคาร สู่ธุรกิจเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับองค์กร มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ สร้างเสถียรภาพทางการเงิน และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมพัฒนา Technology Intelligence และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์สร้างการเติบโตระยะยาว

นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทฯ จะเดินหน้าตามแผนฟื้นฟูและปรับโครงสร้างธุรกิจที่ได้หารือร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร คณะกรรมการบริษัท และที่ปรึกษาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นผ่านการอนุมัติวาระสำคัญในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นต่อทิศทางการดำเนินงานและแผนการสร้างการเติบโตในระยะยาวของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการทบทวนและจัดการรายการทางบัญชีที่เกี่ยวข้องกับภาระเดิมอย่างรอบคอบ เพื่อให้งบการเงินสะท้อนสถานะทางธุรกิจที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และรองรับการดำเนินงานภายใต้โครงสร้างธุรกิจใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้วยภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเติบโตชะลอลง โดยรายงาน World Economic Outlook ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2567-2569 จะเติบโตเฉลี่ยเพียง 2.4-2.9% ต่อปี ท่ามกลางแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินสูงและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ธุรกิจเทคโนโลยีกลับเติบโตสวนทาง โดย Gartner Inc. คาดว่าการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี (IT) ทั่วโลกในปี 2569 จะสูงถึง 6.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.8% ส่วนประเทศไทยมีแนวโน้มใช้จ่ายด้าน IT เกือบ 1.1 ล้านล้านบาท เติบโต 8.36% จากปีก่อน และ International Data Corporation (IDC) ประเมินว่าตลาด AI ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ย 28-30% ต่อปี แตะ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 สะท้อนโอกาสสำคัญของธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้ทันต่อเศรษฐกิจดิจิทัลที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ จึงเดินหน้ายกระดับจากธุรกิจงานระบบอาคาร (M&E – Mechanical & Electrical Engineering) ไปสู่ธุรกิจเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับองค์กร (Technology & Solution-Based Business) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและขยายโอกาสทางธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Revenue) ควบคู่กับรายได้จากโครงการ (Project-Based) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงของรายได้และโอกาสการเติบโตในอนาคต พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า และวางรากฐานใหม่ให้บริษัทสามารถแข่งขันได้ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ช่วยลดความผันผวนจากวัฏจักรเศรษฐกิจ

“การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการวางรากฐานใหม่ให้ EMPIRE แข็งแรงกว่าเดิม เรากำลังสร้างธุรกิจที่มีเสถียรภาพสูงขึ้น มีสัดส่วนรายได้ประจำมากขึ้น และสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ภายใต้กรอบกฎหมายตลาดทุนอย่างเคร่งครัด โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นควบคุมยังคงเดิม การปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจเทคโนโลยี แต่เป็นการวางตำแหน่งใหม่ของบริษัทให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน Technology Intelligence หรือ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้านเทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการนำข้อมูล เทคโนโลยี และ AI เข้าไปอยู่ในกระบวนการทำงานจริงของลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้” นางสาววัชราภรณ์กล่าว

ทั้งนี้ การเข้าถือหุ้นในบริษัท มัลทิตา จำกัด หรือ MTT ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจเทคโนโลยีของบริษัทฯ ทั้งในด้านบุคลากร ความสามารถเชิงเทคนิค และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันด้าน AI ข้อมูล และ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) ของกลุ่มบริษัทฯ โดย MTT มีทีมพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญสูง สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจองค์กร อีกทั้งมีรูปแบบรายได้ผสมระหว่างรายได้ประจำและรายได้จากโครงการ ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินและสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต ควบคู่กับการต่อยอดแพลตฟอร์มและบริการโซลูชันครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (End‑to‑End) ที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรยุคดิจิทัล

ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าถือหุ้น MTT ยังช่วยเสริมจุดแข็งของ EMPIRE ด้วยการผสานประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน วิศวกรรม ระบบอาคาร และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าด้วยกัน ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาโซลูชันที่เชื่อมโยงโลกกายภาพและโลกดิจิทัล (Physical‑to‑Digital Integration) ได้อย่างครบวงจร ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญขององค์กรยุคใหม่ที่ต้องการระบบที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งด้านข้อมูล การปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการ

“EMPIRE จะเดินหน้าตามแผนทรานส์ฟอร์มอย่างเข้มข้นในช่วงครึ่งปีหลัง ตามที่ได้ให้พันธสัญญาไว้กับผู้ถือหุ้น โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน การสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ และการขยายบริการที่ตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้า เราเชื่อมั่นว่า EMPIRE ไม่ได้เป็นของผู้บริหารคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน และทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี องค์ความรู้ และนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่โครงสร้างธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่ง ด้วยการดำเนินงานภายใต้กฎหมายตลาดทุนอย่างเคร่งครัด พร้อมยึดหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบเป็นสำคัญ” นางสาววัชราภรณ์กล่าวเพิ่มเติม


บทความที่เกี่ยวข้อง
Beger จับมือ แสนสิริ ยกระดับบ้านเพื่อสุขภาวะและความยั่งยืน  สร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Beger ผู้นำนวัตกรรมสีรักษ์โลกของไทย ประกาศความร่วมมือกับ แสนสิริ ผู้นำอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อยู่อาศัย เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของบ้านที่ผสานแนวคิด Sustainability และ Health & Well-being
8 มิ.ย. 2026
กรุงไทย ออกมาตรการเพิ่มเติมช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรง ในสงขลา พักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน
ธนาคารกรุงไทย เคียงข้างผู้ประสบภัย ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลา พักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ย เป็นระยะเวลาสูงสุด 12 เดือน
12 ม.ค. 2026
ฝุ่นพิษพุ่งสูง ยิ่งเล็ก ยิ่งอันตราย ดูแลก่อนป่วย ด้วยเครื่องกรองอากาศที่กรองได้เล็กที่สุด
ในฤดูฝุ่น ทุกเช้าวิถีคนเมืองต้องเปิดแอปพลิเคชันเช็ค “ค่าฝุ่นในอากาศ” ถึงแม้ฝุ่นนอกบ้านเราจะสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่รู้ไหม
22 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy