แชร์

ดุลการค้า พ.ค. 2026 ยังขาดดุลสูงจากผลสงครามตะวันออกกลาง แต่มองว่าความรุนแรงได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

อัพเดทล่าสุด: 26 มิ.ย. 2026
311 ผู้เข้าชม

ภาพรวมส่งออกไทยเดือน พ.ค. 2026 ขยายตัวชะลอลงมาก

มูลค่าการส่งออกเดือน พ.ค. 2026 อยู่ที่ 34,333.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 10.6% ชะลอลงมากจาก 23.1% ในเดือนก่อน แต่ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้บ้าง (SCB EIC ประเมิน 8.8% ค่ากลาง Reuters Poll 12%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ -3.5%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยใน 5 เดือนแรกของปี 2026 ยังขยายตัว 17%

ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งเกือบทั้งหมดจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ กระแสเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ระลอกใหม่หลังสหรัฐฯ เตรียมตั้งกำแพงภาษีใหม่ตามมาตรา 301

(1)   การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวสูง 32.5% แม้ชะลอลงจาก 64.6% ในเดือนก่อน แต่ส่วนหนึ่ง
เป็นผลจากปัจจัยฐานที่สูง และนับว่าขยายตัวต่อเนื่องได้นานถึง 2 ปี 2 เดือนแล้ว สินค้ากลุ่มนี้ยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของอิเล็กทรอนิกส์ ตามแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก รวมถึงการเร่งสั่งซื้อสินค้าจากความกังวลด้านห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น สะท้อนจากการส่งออกสินค้ากลุ่มนี้ไป 12 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัวดี ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 7.4% หรือเกือบทั้งหมดของการเติบโตส่งออกรวมที่ 10.6%

(2)     การส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 33.4% แม้ชะลอลงจาก 44.2% ในเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวสูงถึง 70.2% (คิดเป็น 55.1% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ทั้งหมดในเดือนนี้) ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่น ๆ (ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์) ขยายตัว 5.5% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ทั้งนี้การส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ มีส่วนทำให้การส่งออกเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 6.7%

(3)     การส่งออกทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปขยายตัว 55.8% เร่งขึ้นจาก 20.8% ในเดือนก่อน จากการส่งออกไป UAE สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ และฮ่องกง ที่ขยายตัวสูง 3,481.3%, 332.2%, 138.5% และ 838.4% ตามลำดับ ทั้งนี้ การส่งออกทองคำช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัว (CTG) 1.6%

นำเข้าเร่งตัวสูงต่อเนื่อง จากแรงหนุนของสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าเชื้อเพลิง

มูลค่านำเข้าเดือน พ.ค. อยู่ที่ 40,044.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูง 35.1% แต่ชะลอลงจาก 45.0% ในเดือนก่อนบ้าง และต่ำกว่าประมาณการ (SCB EIC ประเมิน 41.2% ค่ากลาง Reuters Poll 35.0%) ภาพรวมมูลค่านำเข้าไทยใน 5 เดือนแรกของปี 2026 ขยายตัวต่อเนื่อง 35.6% สำหรับการนำเข้าส่วนใหญ่ในเดือนนี้ ได้แก่ (รูปที่ 3 และ 4)

(1)     สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวสูง 34.3% ต่อเนื่องจาก 38.7% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 15.2% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.1% โดยสินค้าหลักได้แก่ อุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะแผงวงจรไฟฟ้าที่ขยายตัวสูงกว่า 101.6% และ 121.5% ตามลำดับ (CTG: 10.1% และ 9.2%) ทั้งนี้ประเมินว่าส่วนหนึ่งมาจากความต้องการนำเข้าสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำเพื่อผลิตและส่งออก รวมถึงความต้องการลงทุนในไทย จึงต้องนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากผู้ผลิตหลักโดยเฉพาะจีนและไต้หวัน (30% และ 149.5% ตามลำดับ)

(2)     สินค้าเชื้อเพลิงขยายตัวสูง 94.6% แม้ชะลอจาก 128.6% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 11.2% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.1% โดยการนำเข้าน้ำมันดิบขยายตัวสูง 121.5% (CTG : 8.7%) และก๊าซธรรมชาติปิโตรเลียมขยายตัว 85.4% (CTG : 2%) ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยราคาพลังงานทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูง แม้จะชะลอลงจากช่วงก่อนหน้าบ้าง โดยส่วนมากเป็นการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่ขยายตัวกว่า 223.9% (คิดเป็น 22.4% ของมูลค่านำเข้าในหมวดนี้ของไทยทั้งหมดในเดือนนี้)

(3)   สินค้าทุนขยายตัว 24.2% ชะลอลงจาก 32.8% ในเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การนำเข้าไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 6.9% ของการเติบโตนำเข้ารวม 35.1% โดยสินค้าหลัก ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ที่ขยายตัวถึง 67.4% (CTG : 5.8%) ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ไทยผลิตสินค้าทุนประเภทนี้ได้จำกัด ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Data center เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าทุน หมวดเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพิ่มตาม โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่ขยายตัว 51.2% และคิดเป็น 52.3% ของมูลค่านำเข้าสินค้าทุนทั้งหมดในเดือนนี้

ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือนนี้ขาดดุลต่อเนื่อง -5,711.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC ประเมิน -8,000 และค่ากลาง Reuters Poll -6,120)  ไทยขาดดุลการค้าสะสมใน 5 เดือนแรกของปีนี้ -25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

SCB EIC เพิ่มประมาณการส่งออกและนำเข้าในปี 2026 เป็น 10% และ 16.9% ตามลำดับ

SCB EIC มองว่าส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าที่คาดไว้ โดยปรับประมาณการมูลค่าส่งออกไทยปีนี้จะขยายตัว 10% (เดิมมอง 7.8%, ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) ตามข้อมูลจริงใน 5 เดือนแรกของปีที่ขยายตัวถึง 17% ประกอบกับแนวโน้มการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขเร็วของมูลค่าส่งออกเกาหลีใต้ 20 วันแรกของเดือน มิ.ย. ที่ยังขยายตัวสูง 60.5% โดยเฉพาะการส่งออกคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และเซมิคอนดักเตอร์ที่ขยายตัวสูง 293.3% และ 188.4% ตามลำดับ (รูปที่ 5)


มูลค่านำเข้าปีนี้มีแนวโน้มขยายตัว 16.9% (เดิมมอง 15.8%, ตัวเลขระบบดุลการชำระเงิน) ตามข้อมูลในช่วง 5 เดือนแรกของปีที่ขยายตัวถึง 35.6% โดยเฉพาะการนำเข้าเข้าสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์จากจีนและไต้หวัน รวมทั้งสินค้าทุนจากจีน และสินค้าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามราคาพลังงานโลกหลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้มุมมองดุลการค้าไทยในปีนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มแย่ลงมาก

มองตัวเลขขาดดุลการค้าไทยผ่านจุดต่ำสุดในเดือน เม.ย. แล้ว หลังจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ลดความรุนแรงลงและการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มมีความคืบหน้า ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกลดลง อย่างต่อเนื่อง SCB EIC ประเมินว่าตัวเลขดุลการค้าในระบบดุลการชำระเงินจะมีแนวโน้มทยอยกลับมาเป็นบวกได้ในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ตัวเลขดุลการค้าในระบบศุลกากรมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง เนื่องจาก 2 ระบบนี้ มีมาตรฐานการคำนวณที่แตกต่างกัน อีกทั้ง ยังมีการรวมต้นทุนค่าขนส่งเข้ามาในมูลค่าการนำเข้าสินค้า ทั้งนี้ต้องจับตามองว่าสถานการณ์สงครามฯ จะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งจนทำให้ราคาพลังงานโลกพุ่งขึ้นอีกระลอกหรือไม่

หัวข้อพิเศษ : ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ Section 301 เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตามอง

วันที่ 2 มิ.ย. รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศแนวทางการจัดเก็บภาษีนำเข้าภายใต้ Section 301 ประเด็นแรงงานบังคับ (Forced labour) กับ 60 ประเทศคู่ค้าในอัตรา 10% – 12.5% แบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยคาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะประกาศผลสรุปอัตราภาษีภายใต้ Section 301 ประเด็นแรงงานบังคับก่อนวันที่ 24 ก.ค. เพื่อใช้เป็นมาตรการทดแทนภาษีชั่วคราวภายใต้ Section 122 ที่กำลังจะครบกำหนด 150 วันในวันที่ 24 ก.ค. นี้

ไทยเสี่ยงถูกจัดอยู่ในกลุ่มถูกเก็บภาษีนำเข้าภายใต้ Section 301 กรณีแรงงานบังคับในอัตรา 12.5% เนื่องจากผู้แทนการค้าสหรัฐ (United States Trade Representative : USTR) เห็นว่าไทยยังไม่มีมาตรการทางกฎหมายห้ามการนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับได้อย่างชัดเจน และยังไม่สามารถบังคับใช้มาตรการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างไรก็ตาม SCB EIC มองว่าผลกระทบต่อไทยจะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากอัตราภาษีที่ไทยเผชิญจะเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 12.5% (เพิ่มขึ้นเพียง 2.5%) และยังต่ำกว่าอัตราภาษีตอบโต้ 19% ที่สหรัฐฯ เก็บไทยเพิ่มมาตั้งแต่กลางปีก่อนจนถึงต้นปีนี้ นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Global Trade Alert ชี้ว่า หากสหรัฐฯ เปลี่ยนจากการจัดเก็บภาษีภายใต้ Section 122 เป็น Section 301 กรณีแรงงานบังคับ อัตราภาษีที่แท้จริงเฉลี่ย (Average Effective Tariff Rate) ของไทยจะอยู่ที่ราว 14.7% เนื่องจากประเมินว่าสินค้าส่งออกบางรายการได้รับการยกเว้นภาษีมากขึ้นภายใต้ Section 301

นอกจากกรณี Forced Labor นี้ ไทยยังตกเป็น 1 ใน 16 ประเทศที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสอบสวนในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess capacity) เพื่อเก็บภาษีเพิ่มเติมภายใต้ Section 301 ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านต่ำสำคัญที่อาจทำให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้

รูปที่ 1 : มูลค่าการส่งออกสินค้าของไทย รายสินค้าและรายตลาดสำคัญ


ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 2 : สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นสินค้าส่งออกหลักในเดือน พ.ค. 2026


ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 3 : มูลค่าการนำเข้าสินค้าของไทย รายสินค้าและรายตลาดสำคัญ



ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

รูปที่ 4 : อุปกรณ์และส่วนประกอบของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ และเครื่องจักรไฟฟ้าฯ เป็นสินค้านำเข้าหลักในเดือน พ.ค. 2026



ที่มา : การวิเคราะห์โดย SCB EIC จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์

บทวิเคราะห์โดย... https://www.scbeic.com/th/detail/product/trade-250626


บทความที่เกี่ยวข้อง
SCBX ยื่นจดสิทธิบัตร 3 นวัตกรรมสำคัญด้าน AI  ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย
SCBX ประกาศความสำเร็จในการยื่นจดสิทธิบัตร 3 นวัตกรรมสำคัญที่พัฒนาโดย SCBX R&D and Innovation Lab ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีทางการเงินที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างมีความรับผิดชอบ ปลอดภัย โปร่งใส
17 ธ.ค. 2025
เซ็นทรัลพัฒนา พร้อมด้วยบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมถวายความอาลัย และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นล้นพ้น
คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้า โครงการที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน และโรงแรมทั่วประเทศ ร่วมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน กลุ่มเซ็นทรัล รวมใจถวายความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
26 มิ.ย. 2026
NER โดดเด่น 7 โบรกฯ มั่นใจแนวโน้มโตตามเป้า  
เรายังคงแนะนำ "ซื้อ" โดยมองว่าแนวโน้มผลประกอบการงวด 4Q25 จะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 3Q25 ได้หลังมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น จากผลดีของการเซ็นสัญญา รับจ้าง กยท. ผลิตยางแท่ง รวมถึงผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดว่าในช่วย 2H25
28 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy