แชร์

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ มองเทรนด์ซื้อ-เช่าอสังหาฯ ปี 69 ‘ตลาดยังมีดีมานด์-ผู้บริโภคมองหาความคุ้มค่าหลายมิติ’

อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ค. 2026
301 ผู้เข้าชม

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาระหนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และมาตรการภาครัฐ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ และกระตุ้นความต้องการที่อยู่อาศัยในปีนี้

นอกจากนี้ ยังมีกำลังซื้อจากกลุ่มผู้ซื้อชาวต่างชาติ ทั้งที่เข้ามาทำงานและพำนักระยะยาว สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “Safe Haven” ของการอยู่อาศัยและการลงทุนในภูมิภาค ส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาพรวมตลาด

ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสะท้อนถึงกระบวนการตัดสินใจที่รอบคอบมากขึ้น ใช้ระยะเวลานานขึ้น และมีการเปรียบเทียบข้อมูลในหลายมิติก่อนตัดสินใจซื้อ

จากข้อมูลของฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด พบว่า ผู้บริโภคใช้เวลาพิจารณานานขึ้น และมีการกลับเข้าชมโครงการ (re-visit) หลายครั้งก่อนตัดสินใจซื้ออย่างชัดเจน แม้ในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับบนยังคงมีดีมานด์ต่อเนื่อง แต่กระบวนการตัดสินใจยืดระยะเวลาออกไปเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ



นายจิรศักดิ์ ไพรพนากิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารสินทรัพย์เพื่อขาย บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบ้านระดับราคา 3–10 ล้านบาท ในพอร์ตสินทรัพย์ที่พลัสฯ ดูแล เป็นเซกเมนต์ที่มียอดขายสูงสุด และยอดขายรวมของที่อยู่อาศัยช่วงครึ่งปีแรก เติบโตจากปีก่อนราว 35% สะท้อนว่าดีมานด์ในตลาดยังคงมีอยู่ แต่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ "ความคุ้มค่า" มากขึ้น ทั้งด้านราคา ทำเล คุณภาพ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับก่อนตัดสินใจซื้อ

ทั้งนี้ ยอดขายจากบ้านใหม่และบ้านมือสองของพลัสฯ มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากข้อเสนอและสิทธิประโยชน์พิเศษ รวมถึงการเข้าถึงอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกและความคุ้มค่าให้กับผู้ซื้อ

“สิ่งที่เห็นชัดในตลาดปัจจุบัน คือผู้บริโภคยังคงมีดีมานด์ในการซื้อบ้าน แต่จะพิจารณาอย่างละเอียดมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ทั้งในมิติของการอยู่อาศัยและการลงทุน ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากโปรโมชันของผู้ประกอบการและนโยบายภาครัฐ เช่น การขยายมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองต่ออีก 1 ปี รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV”

ช่วงเวลานี้ถือเป็นจังหวะที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ในระดับราคาที่คุ้มค่า โดยผู้ประกอบการมีการนำเสนอเงื่อนไขพิเศษ เช่น แคมเปญผ่อนระยะยาว หรือการรับประกันผลตอบแทนสำหรับการปล่อยเช่าในบางโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงการแข่งขันที่มุ่งตอบโจทย์กำลังซื้อที่ระมัดระวังมากขึ้น

ส่วนทางด้านตลาดเช่าในครึ่งปีแรก พลัสฯ พบว่ามีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยราว 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยจากกำลังซื้อของผู้เช่าชาวต่างชาติบางส่วนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงมีความต้องการต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้เช่าหลักยังคงเป็นชาวจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกัน ผู้เช่าชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวโน้มเลือกเช่ามากขึ้นจากความต้องการความยืดหยุ่นในการอยู่อาศัย

แนวโน้มที่พบในตลาดเช่าคือการเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัย (mobility) ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการย้ายไปยังพื้นที่ที่มีค่าเช่าที่เหมาะสมกว่า การขยายครอบครัว หรือการย้ายเพื่อความสะดวกต่อการเดินทางไปยังที่ทำงาน

“เรามองว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนยอดขายของเรา คือการกลับมาใช้บริการซ้ำของลูกค้าเดิม ซึ่งครอบคลุมทั้งการซื้อบ้านหลังที่สอง การลงทุนเพิ่มเติม และการที่ลูกค้าเก่าแนะนำต่อให้กับคนรู้จัก โดยคิดเป็นสัดส่วนราว 35% ของยอดขายทั้งหมด สะท้อนถึงบทบาทของการให้คำปรึกษาและความต่อเนื่องของความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว โดยบางรายใช้บริการต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อแม่จนถึงรุ่นลูก”

ทั้งนี้ ในภาวะที่ผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจมากขึ้น และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าอย่างรอบด้าน บทบาทของเอเจนต์อสังหาริมทรัพย์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอสินค้า แต่ต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมวิเคราะห์และแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย ทั้งในมิติของความคุ้มค่า การลงทุน การอยู่อาศัย และศักยภาพของทรัพย์สินในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ทีมงานจำเป็นต้องพัฒนาความรู้และติดตามทิศทางตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ลึกขึ้น และสามารถวิเคราะห์ทางเลือกที่เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งทดลองแนวทางใหม่ ๆ ในการให้บริการและสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อปรับตัวให้ทันต่อสภาพตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค และเครื่องมือทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา


 


บทความที่เกี่ยวข้อง
PROLOG Titanium – APM ต้อนรับ S.P. Auto หารือโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ
นายธนพล หวานสนิท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนางสาวปิยะภัทร์ สมเหม ผู้บริหาร บริษัท โปรลอก ไทเทเนียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด พร้อมด้วย ดร.สมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ และนางสาวมธุรส สาราณียะธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM)
16 มิ.ย. 2026
UNIX ประเมินผลงาน Q2/69 แนวโน้มสดใส  เร่งลงทุนเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูง รับรู้ประโยชน์ปลายปี  ดันบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลได้ 100% สร้าง New Growth Engine
บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) ประเมินผลงานไตรมาส 2/2569 แนวโน้มสดใส จากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในกลุ่มลูกค้าหลักที่ยังอยู่ในระดับดี พร้อมเร่งลงทุนเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และรองรับการเติบโตในอนาคต ขณะที่เดินหน้าต่อยอดธุรกิจ Film for Flexible Packaging
8 มิ.ย. 2026
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-32.90 ติดตามประชุมเฟดและดีลสันติภาพ
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.90 บาท/ดอลลาร์
15 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy