แชร์

เรนวูด ปาร์ค พัฒนาระบบน้ำและพลังงานอัจฉริยะ เดินหน้าสู่ต้นแบบชุมชนคุณภาพระดับโลก ชูแนวคิด Self-Sustaining Community วางรากฐานเมืองแห่งอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน

อัพเดทล่าสุด: 14 ก.ค. 2026
111 ผู้เข้าชม

เรนวูด ปาร์ค (Reignwood Park) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและพลังงานอัจฉริยะ ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโครงการ เพื่อสร้างรากฐานสู่ Self-Sustaining Community หรือชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ รองรับการใช้ชีวิตของทุกช่วงวัย ภายใต้แนวคิด The World-Class Community for Multi-Generational Living

นางสาววรพนิต รวยรุ่งเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เรนวูด กรุ๊ป กล่าวว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญอย่างมากต่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เรนวูด ปาร์ค ตระหนักดีว่า “ระบบน้ำและระบบพลังงาน” ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของโครงการคุณภาพ การลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นในการพัฒนาโครงการจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้อยู่อาศัย พร้อมสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของชุมชนและสิ่งแวดล้อม เราตั้งใจให้ เรนวูด ปาร์ค เป็นต้นแบบของ World-Class Community ที่เติบโตอย่างสมดุลร่วมกับธรรมชาติ เทคโนโลยี และคุณภาพชีวิตในไทย โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับเมกกะโปรเจคที่ได้รับการยกย่องในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ Wentworth Golf Club ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 100 ปีในเมือง Surrey ประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมจากนักกอล์ฟแถวหน้าทั่วโลก, การเข้าซื้อและเป็นผู้บูรณะฟื้นฟูให้กับสถาปัตยกรรมระดับโลกตึก Ten Trinity Square ในประเทศอังกฤษที่ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งและเปิดให้บริการโรงแรม Four Seasons Ten Trinity Square ในปัจจุบัน และการพัฒนา Lifestyle Property ที่ผสานสนามกอล์ฟและโรงแรมไว้ด้วยกันอย่าง Reignwood Pine Valley ในกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

ปัจจุบัน เรนวูด ปาร์ค ได้ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักใน 2 ด้าน ได้แก่ ระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร และ ระบบพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนในระยะยาว และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของโครงการ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือ บ่อรูปหัวใจ อ่างเก็บน้ำหลักความจุ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการน้ำของทั้งโครงการ พร้อมระบบ Zero Discharge ที่สามารถบำบัดและนำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% รวมถึงระบบผลิตน้ำสะอาดจากน้ำบาดาลลึก 300 เมตร ผ่านเทคโนโลยี Reverse Osmosis (RO) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำในระยะยาว และด้านพลังงาน โครงการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์รวม 14 จุด มีกำลังการผลิตรวม 2 เมกะวัตต์ ช่วยลดการใช้พลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าส่วนกลางได้ประมาณ 3,000,000 บาทต่อปี

นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เรนวูด ปาร์ค ยังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวและต้นไม้นานาพันธุ์กว่า 10,000 ต้น ช่วยผลิตออกซิเจน เพิ่มอากาศบริสุทธิ์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังนำเศษใบไม้กลับมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก และการบริหารจัดการทรัพยากรตามหลัก Circular Economy เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองและการดูแลสิ่งแวดล้อม

ในอนาคต เรนวูด ปาร์ค มีแผนต่อยอดสู่ Fully Smart & Sustainable Community ผ่านการขยายระบบโซลาร์เซลล์ การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System) พร้อมศึกษาการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ในการบริหารจัดการระบบน้ำและพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดการใช้พลังงาน และสนับสนุนการพัฒนาเรนวูด ปาร์ค สู่การเป็นชุมชนอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Smart & Sustainable Community) "การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน คือการวางรากฐานให้เมืองเติบโตอย่างแข็งแรง เราไม่ได้สร้างเพียงโครงการที่อยู่อาศัย แต่กำลังสร้างชุมชนแห่งอนาคตที่ส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นต่อไป" นางสาววรพนิต กล่าวสรุป



 


บทความที่เกี่ยวข้อง
60 ปี กรุงไทย “ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต”
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่งของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค “ธนาคารกรุงไทย” ยังคงยืนหยัดในฐานะสถาบันการเงินหลักของประเทศ ที่เติบโตเคียงข้างเศรษฐกิจและสังคมไทย
25 มี.ค. 2026
ธอส. ดูแลและเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์  จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง กรณีบาดเจ็บสาหัส – เสียชีวิต ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ดูแลและเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ จัดทำมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง
18 พ.ค. 2026
SCB FM มองเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาหลังมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เป็นจังหวะให้ซื้อ USDTHB ได้
กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า ทิศทางเงินบาทในช่วงนี้ขึ้นอยู่กับแนวโน้มสงครามในอิหร่านเป็นสำคัญ โดยเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นล่าสุดเป็นผลจากการที่สหรัฐฯ
8 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy