แชร์

ตลาดหุ้นไตรมาส 3 HIGHER YIELD, HIGHER BAR รับมือภาวะสงครามและดอกเบี้ยปะทุ? กลยุทธ์เน้น Theme Barbell Allocation (สร้างสมดุล 2 ฝั่ง) คือ 1.หุ้นปันผลสูง KTB TTB PTTEP ADVANC SINGTEL80 SPENGY80 HKEX23 2.หุ้น Growth ASML01 META80 AAPL80 WUXIAT80

อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ค. 2026
319 ผู้เข้าชม

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) ประเมินไตรมาส 3 การลงทุนไม่ง่ายเหมือนครึ่งปีแรก (1H69) มีหลายปัจจัยที่ขัดขวางไว้ คือ 1.แรงกดดันเศรษฐกิจ และปัจจัยผลักเงินเฟ้อ ซึ่งมาจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง เป็นการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันโดยตรง ทำให้เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่นานกว่าปกติ โดย IMF คาด GDP โลกปี 2569 โต 3.1% (ต่ำสุดในรอบ 5 ปี), ธปท. คาด GDP ไทยชะลอเหลือ 2.3% (2569F) และ 1.8% (2570F) 2.นโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากปีก่อนหน้า กดดันสภาพคล่องและความเชื่อมั่นนักลงทุนหดหาย ในช่วง 2H69 ธนาคารกลางหลายแห่งมีคิวขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มทั้งสหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ และญี่ปุ่น (BofA/Deutsche Bank คาด Fed ขึ้นรวม 75bps ช่วง ก.ย.-ธ.ค.69) ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อ Fund flow ต่างชาติให้ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสถิติในอดีตดอกเบี้ยไทยมากกว่า 3% SET Index มักซื้อขายบน P/E เฉลี่ยเพียง 11.7 เท่า (ซึ่งถูกกว่าระดับปัจจุบัน) 3.กำไรบริษัทจดทะเบียนยังมี Downside แฝงในช่วงถัดไป โดย Consensus เริ่มปรับลด EPS Nasdaq69F ลง 5% (ตั้งแต่ มิ.ย.69) อีกทั้งสถิติชี้ปีที่ IPO สูงผิดปกติ (2543, 2550, 2564) ปีถัดมา S&P500 มักปรับฐาน -13% ถึง -38.5% ซึ่งปีนี้มี Mega IPO อย่าง SPACEX ทำให้ในปี 2569 ระดมทุนไปแล้ว 1.38 แสนล้านเหรียญ (สูงสุดใน 5 ปี) ส่วนไทยมีโอกาสเห็นกำไร 2Q69 ลดลง QoQ หลัง 1Q69 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์


ด้านปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย ASPS มองว่าดอกเบี้ยไทยปีนี้ไม่น่าจะขึ้น คาดคงไว้ที่ 1% ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นและต่ำกว่าในอดีตมาก (ในอดีตดอกเบี้ยน้อยกว่า 1.5% SET มักเทรด P/E เฉลี่ยสูงถึง 19.52 เท่า) เสริมด้วยนโยบายการคลังชัดเจน งบปี 2570 วงเงิน 1.23 ล้านล้านบาท (10 พลัส) + พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุน ธปท. ปรับเพิ่ม GDP ไทยเป็น 2.3% (จากเดิม 1.5%) ขณะที่ Effective Tariff Rate เริ่มชะลอตัวลงจากจุดพีคและมีแนวโน้มจะลดลงเรื่อยๆ (แม้ Trade War ยังไม่จบ ต้องจับตาการเจรจา Section 301/232) ส่วน Valuation ยังน่าสนใจ P/E69F 16.9 เท่า (ต่ำกว่าตลาดหลักส่วนใหญ่) และหากหัก DELTA ออกจากการคำนวณดัชนี จะเห็น P/E69F ของ SET อยู่ระดับ 13 เท่า, Dividend Yield 3.6% (สูงกว่าตลาดหุ้นโลก)

ฝ่ายวิจัย ASPS ประเมิน Target SET ปลายปีช่วง 1,650 – 1,720 จุด ขึ้นกับสมมติฐาน EPS69F และ Market Earning Yield Gap ส่วนกลยุทธ์การลงทุนหลักเน้น Barbell Allocation (สร้างสมดุล 2 ฝั่ง) ได้แก่ 1. หุ้น Dividend(35%) : KTB, TTB, PTTEP, ADVANC, SINGTEL80 2.หุ้น Growth(35%) : ASML01, META80, AAPL80, WUXIAT80, HIMS03, FERRARI80 เสริมด้วย Tactical Hedge(10%) : GOLDUS80 (ทอง), ZIJIN80 (เหมืองทอง), SIL03 (เงิน), SPBOND80 (บอนด์สหรัฐฯ), MIDEA80 และ Cash(20%) รักษาสภาพคล่อง รอจังหวะเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในอนาคต

*****************************************************************************

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย ต่ำกว่า 2.50% จะลงต่อหรือถึงจุดพักตัว?

Asia Plus Wealth Solution  ยังคงแนะนำกลยุทธ์ Stay Invested ด้วยการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตระยะยาวและการคว้าโอกาสจากความผันผวนระยะสั้น โดย Core Portfolio มุ่งสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว ขณะที่ Satellite Portfolio ช่วยเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากธีมการลงทุนและสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป 

ด้วยความพร้อมของผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายและครอบคลุม Asia Plus จึงนำเสนอโซลูชันการลงทุน 2 ส่วนหลัก ดังนี้ 

Core Portfolio: สร้างรากฐานการลงทุนเพื่อการเติบโตระยะยาว 

เหมาะสำหรับการถือครองระยะยาวผ่านสินทรัพย์ที่หลากหลาย ทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ DR กองทุนรวม ETF และตราสารหนี้ตลาดรอง 

Portfolio Advisory Infinity Plus: พอร์ตลงทุนในกองทุนรวมทั่วโลกตามแนวทาง Asset Allocation แบบ Active สัดส่วน 60/40 เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเริ่มต้นสร้างพอร์ตการลงทุนระดับโลกอย่างเป็นระบบ 
Portfolio Advisory หุ้นไทยปันผล: คัดเลือกหุ้นไทยที่มีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานและโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างกระแสเงินสดระหว่างทางและโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว 
Professional Portfolio : ชุดกองทุนที่กระจายการลงทุนทั่วโลก ผ่านหลากหลาย Fund Manager และแหล่งที่มาของผลตอบแทน (Source of Return) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอภายใต้ความผันผวนที่เหมาะสม เช่น MGALL-UH, SCBGEARA, TGSMART-A และ ASP-AAA-A 
Satellite Portfolio: เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากจังหวะการลงทุน 

สะสมสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ต 
a.      หุ้นกู้คุณภาพดี ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง โดยเน้นหุ้นกู้ระดับ Investment Grade อายุคงเหลือไม่ยาวมาก รวมถึง Perpetual Bond ของผู้ออกที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ A- ขึ้นไป 

b.      กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน อย่าง MPINFRAUI-H และ MPINFRAUI-UH ที่ช่วยสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอและเพิ่มความมั่นคงให้พอร์ตในภาวะตลาดผันผวน 

เปลี่ยนความผันผวนให้เป็นโอกาสการลงทุน 
a.      สะสมสินทรัพย์เสี่ยงที่มีศักยภาพกลับมา Outperform ผ่านกองทุนอย่าง ASP-MAG7-AI และ KT-LUXURY-A ซึ่งมีโอกาสฟื้นตัวหลังเผชิญแรงกดดันในช่วงครึ่งปีแรก 

b.   ใช้ Structured Notes เพื่อบริหารความเสี่ยงของพอร์ต หรือใช้เป็นเครื่องมือในการทยอยสะสมหุ้นคุณภาพในจังหวะที่เหมาะสม 

Asia Plus Wealth Solution แนะนำกลยุทธ์ “Stay Invested” ผ่านการจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio โดย Core Portfolio เป็นรากฐานการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ Satellite Portfolio ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธีมการลงทุนและจังหวะตลาดที่น่าสนใจ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังคงอยู่ในปัจจุบัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
SME D Bank ขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win ชูแพลตฟอร์ม DX ช่วยครบ พัฒนาคู่เติมทุน เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทยฝ่าฟันได้ทุกสถานการณ์
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  ขับเคลื่อนนโยบาย Quick Big Win
17 ต.ค. 2025
SCB Academy ร่วมเวทีมนุษย์ต่างวัย Fest 2026 แชร์ผลสำเร็จ Smart Retiree ต่อยอดประสบการณ์วัยเกษียณสู่พลังขับเคลื่อน SME ไทย
ธนาคารไทยพาณิชย์ โดย SCB Academy ร่วมเป็นวิทยากรรับเชิญในงาน มนุษย์ต่างวัย  Fest 2025 ภายใต้แนวคิด “ลองGEVITY อยู่กันไปยาวๆ ให้จอยกว่าเดิม” ซึ่งจัดขึ้น ณ IMPACT Exhibition Center Hall 6 เมืองทองธานี
4 ส.ค. 2026
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.60-33.40 ติดตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.60-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.72 บาท/ดอลลาร์
23 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy