ไอแบงก์ผลักดัน Value-Based Banking จากเวทีโลกสู่เวทีฮาลาลไทย ชูบทบาทการเงินอิสลามขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาลเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เดินหน้าผลักดันบทบาทการเงินอิสลามที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า (Value-Based Banking) สู่เวทีนานาชาติและเวทีฮาลาลระดับประเทศ ผ่านการนำเสนอวิสัยทัศน์ในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “International Conference on Islamic Economics and Finance for Sustainable Development (IFESDC) 2026” ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารโลก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา พร้อมต่อยอดสู่เวที Grand Halal Bangkok 2026 และ Mega Halal Bangkok 2026 เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และภาคการรับรองมาตรฐานฮาลาล สร้างระบบนิเวศฮาลาล (Halal Ecosystem) ที่เข้มแข็ง และยกระดับเศรษฐกิจฮาลาลไทยสู่เวทีโลก
ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เข้าร่วมการประชุม International Conference on Islamic Economics and Finance for Sustainable Development (IFESDC) 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสมาคมชาวมุสลิมอินโดนีเซียในอเมริกา (IMAAM) มหาวิทยาลัยตัซกียะฮ์ (Tazkia University) และ Sakinah Finance โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้อำนวยการบริหาร ประจำกลุ่มผู้มีสิทธิออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (EDS16) ธนาคารโลก ณ สำนักงานใหญ่ธนาคารโลก กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา โดยร่วมเสวนาในช่วง “Promoting Shared Prosperity and Inclusive Growth: Moving Forward” และนำเสนอในหัวข้อ “Global Market for Inclusive Growth Opportunity: Halal Food and Agri-business Industries of Thailand” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมด้านเศรษฐศาสตร์และการเงินอิสลามเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในการบรรยายครั้งนี้ ดร.ทวีลาภ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์การยกระดับบทบาทของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จากการเป็นสถาบันการเงินอิสลามของประเทศ สู่การเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งร่วมกัน (Shared Prosperity) และการเติบโตที่ทุกคนมีส่วนร่วม (Inclusive Growth) ผ่านการประยุกต์ใช้แนวคิด การเงินที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า (Value-Based Finance) ซึ่งมุ่งสร้างคุณค่าควบคู่กับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักการของวัตถุประสงค์แห่งหลักชะรีอะฮ์ (Maqasid al-Shariah) อันเป็นรากฐานสำคัญของการเงินอิสลาม
ดร.ทวีลาภ กล่าวว่า ปัจจุบันไอแบงก์อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมปรับเปลี่ยนโมเดลการดำเนินงานให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการบูรณาการแนวคิด การเงินที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า (Value-Based Finance) เข้ากับภาคเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเงินอิสลามที่เข้มแข็งและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
สำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไป ไอแบงก์จะมุ่งเน้นการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพ ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรฮาลาล การท่องเที่ยวฮาลาล และการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs โดยไม่เพียงให้การสนับสนุนด้านเงินทุน แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ นวัตกรรม ความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เพื่อยกระดับห่วงโซ่มูลค่าฮาลาลของประเทศไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้
ในโอกาสนี้ ยังได้นำเสนอกรณีศึกษาของผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรและอาหารฮาลาล ได้แก่ บริษัท โอโว่ ฟู้ดเทค จำกัด (OVO Foodtech) ผู้พัฒนานวัตกรรมการแปรรูปไข่เพื่อการส่งออก และ บริษัท ฟาเธอร์ แมน กรุ๊ป จำกัด (Fatherman Group) ผู้แปรรูปผักและผลไม้เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สนับสนุนเกษตรกรในประเทศ และขยายการส่งออกสินค้าอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลก ซึ่งสะท้อนบทบาทของการเงินอิสลามในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน
ดร.ทวีลาภ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาระบบการเงินอิสลามของไทยในระยะต่อไป จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อขยายระบบนิเวศการเงินอิสลามของประเทศไทย เชื่อมโยงความร่วมมือกับอาเซียน กลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และเศรษฐกิจฮาลาลโลก พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการเงินอิสลามและอุตสาหกรรมฮาลาลของภูมิภาค



