แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ค. 2026
128 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.60-33.85 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 15 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกขยายวงกว้างไปไกลกว่าช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ปัจจุบันมีน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ขนส่งผ่านเส้นทางซึ่งเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี ขณะเดียวกันสื่อรายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)เปิดกว้างต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม หากเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ รายงานดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการส่งสัญญาณด้วยวาจาเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยน ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)คงดอกเบี้ยที่ 2.25% ตามคาด และเปิดช่องไว้สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 10,058 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)วันที่ 28-29 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% และอาจแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)และบีโอเจจะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์นี้เช่นกัน อนึ่ง สหรัฐฯตัดสินใจพักการโจมตีอิหร่านหลังจากดำเนินการทางทหารต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 วัน และกองทัพอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะงดการตอบโต้เป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังเปราะบาง โดยในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯดูมีความพร้อมมากกว่าที่จะรับมือกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แรงขายเงินดอลลาร์จะเป็นไปอย่างจำกัด และหากราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 เป็น 2.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการค้า การลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทางด้าน กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดนำเข้าขยายตัว 50.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 6.53 พันล้านดอลลาร์


บทความที่เกี่ยวข้อง
วัตสัน ประกาศผล HWB Awards 2026 ยิ่งใหญ่  ตอกย้ำความสำเร็จสุดยอดสินค้าสุขภาพและความงามแห่งปีที่ผู้บริโภคเลือกจริง
วัตสัน ประเทศไทย ผู้นำร้านค้าปลีกสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศ ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของการจัดงานแห่งปี Watsons Health, Wellness and Beauty Awards 2026 (HWB Awards 2026) เวทีอันทรงเกียรติที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวจริงในวงการ
12 มี.ค. 2026
finbiz by ttb แนะ 3 แนวทาง SME เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด  หนุนธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจอยู่ในระดับสูง “สภาพคล่อง” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้วัดความอยู่รอดและความสามารถในการเติบโตของธุรกิจ SME
8 มิ.ย. 2026
ซีพี แอ็กซ์ตร้า หนุนทัพนักกีฬาไทยสู่ชัยชนะ ซีเกมส์ อาเซียนพาราเกมส์ 2025  พร้อมชวนคนไทยร่วม เชียร์สุดใจ เชียร์ไทย ไปกับซีพีแอ็กซ์ตร้า
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก แม็คโครโลตัส ตอกย้ำบทบาทของภาคเอกชนไทยที่มุ่งสนับสนุนวงการกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นหนึ่งในองค์กรผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน
11 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy