แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.40-34.00 มองเฟดคงดอกเบี้ย

อัพเดทล่าสุด: 27 ก.ค. 2026
292 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.70 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.60-33.85 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดรอบ 15 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินหลัก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามราคาน้ำมันดิบโลกที่ทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกขยายวงกว้างไปไกลกว่าช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ปัจจุบันมีน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ขนส่งผ่านเส้นทางซึ่งเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีของกลุ่มฮูตี ขณะเดียวกันสื่อรายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ)เปิดกว้างต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าเดิม หากเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ รายงานดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการส่งสัญญาณด้วยวาจาเพื่อช่วยพยุงค่าเงินเยน ทางด้านธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)คงดอกเบี้ยที่ 2.25% ตามคาด และเปิดช่องไว้สำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 6,491 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 10,058 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)วันที่ 28-29 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% และอาจแสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อมากขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ(บีโออี)และบีโอเจจะคงดอกเบี้ยไว้ในการประชุมสัปดาห์นี้เช่นกัน อนึ่ง สหรัฐฯตัดสินใจพักการโจมตีอิหร่านหลังจากดำเนินการทางทหารต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 วัน และกองทัพอิหร่านส่งสัญญาณว่าจะงดการตอบโต้เป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ดี สถานการณ์ยังเปราะบาง โดยในภาวะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯดูมีความพร้อมมากกว่าที่จะรับมือกับความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แรงขายเงินดอลลาร์จะเป็นไปอย่างจำกัด และหากราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่างประเทศยังอยู่ในระดับสูง ค่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปัจจัยในประเทศ กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 เป็น 2.5% จากคาดการณ์เดิมที่ 1.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการค้า การลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทางด้าน กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดนำเข้าขยายตัว 50.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 6.53 พันล้านดอลลาร์


บทความที่เกี่ยวข้อง
กทพ. เตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้างส่ง SMS เรียกเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างส่งข้อความ SMS แจ้งให้ชำระค่าผ่านทาง โดยอ้างว่าเป็นการฝ่าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ พร้อมแนบลิงก์ให้ดำเนินการชำระเงิน
9 มี.ค. 2026
ตลาดการเงินยังคงวิตกหลังการประชุมระหว่างทรัมป์-สีจิ้นผิง ขณะที่เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกโตเกินคาดที่ 2.8% แต่แรงส่งอาจแผ่วลง
ตลาดผิดหวังหลังการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ และจีนยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องความร่วมมือภายใต้กรอบการแข่งขันอย่างมีขอบเขต
19 พ.ค. 2026
ธนาคารไทยเครดิต จัดประชุมนักวิเคราะห์ประจำปี 2568 เผยผลกำไรแกร่งทุบสถิติ 4,016 ลบ. เดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อ และยกระดับ Digital Core Banking สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT จัดประชุมนักวิเคราะห์ประจำปี 2568 เผยผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินความคาดหมาย พร้อมเปิดทิศทางธุรกิจปี 2569
11 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy