แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.80-33.40 ติดตามรายงานประชุมเฟด

อัพเดทล่าสุด: 17 ส.ค. 2026
234 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.40 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.16 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.95-33.24 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ก่อนจะอ่อนค่า เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ ยกเว้นเงินเยนและฟรังก์สวิสซึ่งมีอัตราผลตอบแทนต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯชะลอลงในเดือนกรกฎาคมสะท้อนสัญญาณเบื้องต้นว่าแรงกดดันด้านราคาอาจเริ่มคลายตัว โดยส่วนใหญ่มาจากการชะลอลงของเงินเฟ้อในภาคบริการและราคาพลังงาน ทำให้ตลาดปรับลดมุมมองต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในการประชุมเดือนกันยายนลงเล็กน้อย แต่ยังคงให้น้ำหนักราว 90% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคาผู้บริโภค ยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟด นักลงทุนจึงจับตาว่าเฟดจะมีความมุ่งมั่นมากเพียงใดในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหากแรงกดดันด้านราคาไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 418 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตร 13,833 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ตลาดจะติดตามรายงานประชุมเฟดรอบล่าสุด ขณะที่ข้อมูลที่ออกมาอ่อนแอลงของสหรัฐฯ ทั้งด้านการจ้างงาน ค่าจ้าง และยอดค้าปลีก ประกอบกับหลักฐานที่ยังมีจำกัดว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังส่งผ่านไปยังเงินเฟ้อพื้นฐานเปิดโอกาสให้เฟดมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในการประชุมเดือนกันยายน โดยประเด็นสำคัญถัดไปคือสุนทรพจน์ของประธานเฟดในงานสัมมนาที่ Jackson Hole วันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งอาจให้สัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า

ทางด้านเงินเยนกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง แม้ว่าส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่นจะแคบลง โดยเงินเยนได้คืนการแข็งค่าจากผลของการแทรกแซงตลาดไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่งจากช่วงปลายเดือนกรกฎาคมสะท้อนให้เห็นว่าการแทรกแซงตลาดช่วยพยุงค่าเงินได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น หากปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งบริบทแวดล้อมจากต่างประเทศในปัจจุบันยังคงไม่เอื้อต่อการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนของเงินเยน ท่ามกลางผลกระทบเชิงลบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง และความผันผวนในตลาดการเงินที่ค่อนข้างต่ำ ยังคงเอื้อต่อการทำ Carry Trade ซึ่งเป็นกลยุทธ์การกู้ยืมเงินสกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า


บทความที่เกี่ยวข้อง
เอไอเอ จัดงานสัมมนา Health Club Conference 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำประกันสุขภาพ พร้อมเดินหน้าสู่สมดุลใหม่ที่ยั่งยืน
เอไอเอ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตและสุขภาพ จัดงานสัมมนา AIA Health Club Conference 2026 ภายใต้แนวคิด “Here for the Future สู่สมดุลใหม่ที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกและมุมมองของระบบประกันสุขภาพยุคใหม่
22 พ.ค. 2026
กสิกรไทยลงนามสนับสนุนสินเชื่อมูลค่า 3 พันล้านบาทแก่ PTT Tank หนุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและขับเคลื่อนกลยุทธ์ Asset Monetization ของกลุ่ม ปตท.
ธนาคารกสิกรไทย และบริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด หรือ PTT Tank ร่วมลงนามในสัญญาสนับสนุนสินเชื่อทางธุรกิจ มูลค่า 3,000 ล้านบาท รองรับการปรับโครงสร้างการถือหุ้น บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด (TTT)
13 พ.ค. 2026
ธอส. ขานรับนโยบายรัฐบาล ให้กู้เพิ่มติดตั้ง Solar Roof  อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.00% ต่อปี ช่วยลูกค้าลดภาระค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) หนุนโยบายรัฐรับมือวิกฤตพลังงาน ให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ที่ต้องการติดตั้ง Solar Roof อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท
23 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy