แชร์

Krungthai CIO ชี้ตลาดหุ้นโลกได้แรงหนุนจากกำไรแกร่ง แนะคุมความเสี่ยง ชูหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มเทคฯ และ AI

อัพเดทล่าสุด: 18 ส.ค. 2026
217 ผู้เข้าชม

Krungthai CIO ประเมินตลาดการเงินโลกยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งและแรงกดดันการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ที่ลดลง แม้ยังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสัญญาณการบริโภคชะลอตัว แนะใช้ Core Portfolio เป็นแกนหลักเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน รวมถึงให้ความสำคัญกับตลาดที่มีกำไรที่แข็งแกร่งรองรับอย่างตลาดหุ้นสหรัฐฯ และกลุ่มเทคโนโลยี พร้อมกระจาย การลงทุนสู่ China A-shares และถือทองคำเพื่อบริหารความเสี่ยง

ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ วันที่ 17-21 สิงหาคม 2569 ว่า ภาพรวมตลาดยังสนับสนุนกลยุทธ์ Stay Invested และเปิดรับความเสี่ยงต่อเนื่อง หลังผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ไตรมาสล่าสุดแข็งแกร่ง โดยราว 85% มีกำไรสูงกว่าคาด และการเติบโตเริ่มกระจายจากกลุ่มขนาดใหญ่ไปยังกลุ่มอื่นมากขึ้น ขณะที่ AI เริ่มสร้างรายได้ครอบคลุมทั้งธุรกิจ Cloud, Enterprise Workload และ Software ช่วยลดความกังวลว่า ตลาดจะพึ่งพาการปรับขึ้นของระดับมูลค่าหุ้น (Valuation) เพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ แรงกดดันต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เริ่มลดลง หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนกรกฎาคมชะลอตัว โดย Headline CPI อยู่ที่ +3.4% YoY และ Headline PPI อยู่ที่ +4.7% YoY ส่งผลให้โอกาสขึ้นดอกเบี้ยลดลง แต่ตลาดยังกังวลต่อการบริโภค หลังยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. หดตัว -0.6% MoM ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นสู่ 4.69% จากแรงกดดันด้านปริมาณการออกพันธบัตรรัฐบาลและความเสี่ยงทางการคลัง ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นราว 5.9% จากความเสี่ยงด้านอุปทานบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

Krungthai CIO แนะบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย โดยคง Core Portfolio เป็นแกนหลัก เพื่อรักษาโอกาสในการลงทุนตามแนวโน้มขาขึ้นของตลาด ส่วน Satellite Portfolio ยังแนะนำหุ้นสหรัฐฯ รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่ได้แรงหนุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และซอฟต์แวร์ ขณะที่ China A-shares เป็นโอกาสลงทุนเชิงกลยุทธ์ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายอุตสาหกรรม ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับลดน้ำหนักสู่ Neutral จากเดิม Slightly Overweight เน้นถือสถานะเดิม หลังดัชนี TOPIX มีโอกาสปรับขึ้นจำกัดและเผชิญความผันผวนที่มากขึ้นจากสถานะการเก็งกำไร Yen Carry Trade พร้อมแนะถือทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงของพอร์ต

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานการประชุม Fed (FOMC Minutes) ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ และตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของไทยและญี่ปุ่น รวมถึงเงินเฟ้อของยูโรโซนและอังกฤษ ก่อนติดตามผลประกอบการ NVIDIA และการประชุม Jackson Hole ช่วงปลายเดือน เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินและแนวโน้มตลาดสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป


 


บทความที่เกี่ยวข้อง
WICE ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 อนุมัติปันผล 0.14 บาทต่อหุ้น เดินหน้าแผนเติบโตแข็งแกร่ง เร่งเกมรุกโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค
บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ หรือ WICE จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (E-AGM) ปี 2569 ผ่านฉลุย ผู้ถือหุ้นอนุมัติทุกวาระ อนุมัติจ่ายปันผล 0.14 บาท/หุ้น ตอกย้ำการให้ความสำคัญด้านวินัยการเงิน-ผลตอบแทนต่อเนื่อง
22 เม.ย. 2026
ธนบุรีนอยสเติน สานต่อกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO  รวมพลเจ้าของ GEELY EX2 ฉลองความสำเร็จระดับโลก
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของ GEELY GO คอมมูนิตี้แบรนด์ระดับโลก ผ่านกิจกรรมพิเศษสำหรับเจ้าของรถ GEELY EX2
19 มี.ค. 2026
EXIM BANK รับรางวัล Best Sustainability Bond จาก The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2026
นางสาวดรัสวันต์ ชูวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) รับมอบรางวัล Best Sustainability Bond จากเวที The Asset Triple A Awards for Sustainable Finance 2026
2 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy