แชร์

บล.เอเซีย พลัส ชี้ไทยวิกฤตดุลบัญชีเดินสะพัดเดฟิซิทหนักสุดรอบหลายปี ท่ามกลาง 3 มรสุมเขย่าหุ้นเอเชีย ดึง PTT-CPF-KLINIQ นำพอร์ตหลบภัย

อัพเดทล่าสุด: 19 ส.ค. 2026
103 ผู้เข้าชม

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาวะการลงทุนทั่วโลกเผชิญแรงกดดันหนักจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงเดิมที่กลับมากระแทกสินทรัพย์เสี่ยงรอบใหม่ ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ ดิ่งจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และฉุดหุ้นเอเชียเช้านี้ร่วงแรงตาม ขณะที่เศรษฐกิจไทยน่าห่วง หลังดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 2 พลิกกลับมาขาดดุลสูงถึง 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12% ของ GDP นับเป็นการขาดดุลที่รุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับวิกฤตในอดีต แนะนำนักลงทุนปรับพอร์ตตั้งรับ เน้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ พลังงาน ค้าปลีก และหุ้นปันผลเด่น

เจาะลึก 3 ปัจจัยเสี่ยงหลัก (3 เรื่องเดิม) เขย่าตลาดหุ้นโลกและเอเชียดิ่งระนาว วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงขายอย่างรุนแรงในหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) ส่งผลให้ดัชนี NASDAQ ปรับตัวลดลง -1.3% แตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ และส่งต่อ Sentiment เชิงลบมายังตลาดหุ้นฝั่งเอเชียในช่วงเช้าวันนี้อย่างรุนแรง โดยดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ร่วงลงหนักถึง -5.46% และญี่ปุ่น (NIKKEI) ดิ่งลง -2.37% ไต้หวัน -1.20% และสิงคโปร์ -1.16% ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงเดิม 3 ประการที่ยังไร้ทางออก ได้แก่:

ไฟสงครามช่องแคบฮอร์มุซยังระอุหนุนราคาน้ำมันพุ่ง: สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แสดงท่าทีแข็งกร้าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยืนยันว่า "ไม่มีการเจรจาหรือการสนทนาใด ๆ และไม่มีกำหนดการเจรจากับอิหร่านในอนาคต" ขณะที่ฝ่ายอิหร่านประกาศกร้าวจะปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องทั้งหมด ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 91.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 25 วัน และเป็นตัวเร่งความกังวลด้านอัตราเงินเฟ้อโลก ความเสี่ยงเรื่องหนี้และทิศทางอัตราดอกเบี้ยพุ่งสูง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาว (Bond Yield) ยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 4.71% และอายุ 30 ปี แตะระดับ 5.29% หลังจากประเทศผู้ถือครองรายใหญ่อย่างญี่ปุ่นและจีนทยอยลดสัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ ลง ปัจจัยนี้ทำให้ Discount Rate ของตลาดขยับสูงขึ้น และไปกดดันมูลค่า (Valuation) หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโดยตรง นอกจากนี้ ค่าประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (CDS) ของหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำ เช่น NVIDIA ขยับตัวสูงขึ้นกว่า 40 bps ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามาแตะที่ 82 bps สะท้อนระดับความเสี่ยงทางการเงินที่สูงขึ้น ตลาดอยู่ในโหมดหลบภัยและเปิดสถานะเก็งกำไรขาลงเร่งตัว: ข้อมูลจาก CFTC ชี้ว่านักลงทุนสถาบันและกลุ่มเก็งกำไรหันมาป้องกันความเสี่ยงอย่างรุนแรง โดยการเปิดสถานะขายชอร์ต (Short Position) ในดัชนี NASDAQ100 Futures เพิ่มขึ้นจากประมาณ 77.8K สัญญา เป็น 109.7K สัญญา (เพิ่มขึ้นกว่า 41% ในช่วง 2 สัปดาห์) ทำให้สถานะ Net Short ของกลุ่มนักเก็งกำไรทะยานขึ้นมาอยู่ที่ 42.9K สัญญา ซึ่งนับเป็นสัปดาห์ที่มีการ Net Short สูงสุดของปีนี้ สอดคล้องกับค่า Put/Call Ratio ของดัชนี NASDAQ100 ที่ยืนเหนือระดับ 1 เท่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 11-18 ส.ค. โดยล่าสุดแตะที่ระดับ 1.18 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงลบต่อหุ้นเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
 
ส่องเศรษฐกิจไทย: ดุลบัญชีเดินสะพัดวิกฤต ขาดดุล 1.77 หมื่นล้านเหรียญฯ สวนทางต่างชาติแห่ชอร์ต TFEX สำหรับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคในประเทศไทย ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดประจำไตรมาส 2/2569 ของไทยพลิกกลับมาขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส โดยขาดดุลสูงถึง 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือคิดเป็นประมาณ 12% ของ GDP) ซึ่งถือเป็นระดับการขาดดุลที่รุนแรงและย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจในอดีต (เช่น วิกฤตราคาน้ำมันปี 2548, เศรษฐกิจชะลอตัวปี 2556 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2565) สาเหตุหลักของการขาดดุลดังกล่าวมาจากผลกระทบความตึงเครียดทางตะวันออกกลางที่ผลักดันให้ราคาต้นทุนเชื้อเพลิงนำเข้าและค่าระวางเรือพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยขาดดุลลึกถึง 12.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับดุลบริการขาดดุลเพิ่มจากภาระค่าขนส่งทางเรือ ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นความเสี่ยงหลักที่จะฉุดรั้งการเติบโตของ GDP ในปีนี้ และกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดทุนไทยยังได้รับแรงกดดันจากประเด็นความท้าทายเชิงโครงสร้างระยะยาว 10 จุดเสี่ยงตามคำเตือนของอดีตนายกฯ (ทักษิณ ชินวัตร) ซึ่งครอบคลุมประเด็นเรื่องภัยคุกคามทางเทคโนโลยีและการมาถึงของ AI ที่จะเปลี่ยนโครงสร้างแรงงาน, ความมั่นคงด้านดาวเทียมและราคาพลังงาน รวมถึงโครงสร้างสังคมอายุยืน (Aging Society) และระบบราชการที่ล้าหลัง ภาพความอ่อนแอทางเศรษฐกิจและประเด็นเชิงโครงสร้างเหล่านี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่องมั่นของต่างชาติ โดยล่าสุดพบว่าผู้ลงทุนต่างชาติแห่เปิดสถานะขายชอร์ตสุทธิ (Net Short) ในตลาดอนุพันธ์ (TFEX) สูงถึง 23,212 สัญญาในวันเดียว ควบคู่กับยอดขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยสะสมกว่า 6.2 พันล้านบาทตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา (MTD) สะท้อนภาพนักลงทุนต่างชาติกำลังลดพอร์ตและป้องกันความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว

อัปเดตงบเทคโนโลยีจีน (Region Radar): Xiaomi ผ่านจุดต่ำสุด - แนะชะลอลงทุน Baidu ในส่วนของการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกรประกาศออกมาค่อนข้างผสมผสาน ดังนี้:

  • XIAOMI (1810 HK): รายงานรายได้รวมอยู่ที่ 1.09 แสนล้านหยวน ซึ่งดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 0.6% รับแรงหนุนจากยอดขายสมาร์ตโฟนที่หดตัวน้อยกว่าคาดและยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่ขยายตัวดี อย่างไรก็ตาม กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.24 หยวน (ต่ำกว่าคาด 0.6%) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ที่ปรับลงมาต่ำสุดในรอบหลายปีจากต้นทุนชิปหน่วยความจำ (Memory Cost) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ฝ่ายวิจัยมองว่างบไตรมาส 2 นี้จะเป็นจุดต่ำสุดของปีและคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในครึ่งปีหลังตามทิศทางต้นทุนชิปที่เริ่มชะลอลง แนะนำจังหวะราคาปรับฐานสะสม DR: XIAOMI80
  • BAIDU (9888 HK): ผลงานต่ำกว่าตลาดคาดอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้รวมอยู่ที่ 3.13 หมื่นล้านหยวน (-4% YoY และต่ำกว่าคาด 1%) และกำไรต่อหุ้น (EPS) ดิ่งลง -47% YoY อยู่ที่ 7.22 หยวน โดนกดดันหลักจากรายได้โฆษณาซึ่งเป็นธุรกิจหลักอ่อนแอลงตามสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ธุรกิจใหม่อย่าง Baidu Cloud แม้จะยังเติบโตได้ 50% YoY แตะ 7.3 พันล้านหยวน แต่เริ่มเห็นการส่งสัญญาณโตชะลอตัวและหดตัวลง -17% QoQ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนใน DR: BIDU80 ในระยะสั้น

เปิดกลยุทธ์ “Selective Buy” 3 กลุ่มหุ้นไทยรอดมรสุม พร้อมชู 3 หุ้นเด่นหลบภัย ภายใต้สภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูงและ Upside ดัชนีหลักค่อนข้างจำกัด บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ หลีกเลี่ยงการไล่ซื้อเก็งกำไรตามดัชนีตลาดหุ้น และหันมาเลือกสะสมหุ้นเป็นรายตัวแบบเฉพาะเจาะจง (Selective Buy) ใน 3 กลุ่มหลักที่ทนทานต่อทิศทางเศรษฐกิจและได้รับอานิสงส์ตรง ได้แก่:

  1. กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และค่าขนส่งทางเรือพุ่งสูง: ได้อานิสงส์จากสภาวะความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ แนะนำ PTTEP, PSL, RCL และ PRM
  2. กลุ่มหุ้นที่ผลประกอบการไตรมาส 3 คาดจะฟื้นตัวโดดเด่นและได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า: แนะนำ CPF, ITC, DELTA, HANA, KCE, BH, BDMS และ PR9
  3. กลุ่มหุ้นที่อิงกับภาคการบริโภคในประเทศ ท่องเที่ยว และสื่อโฆษณา: แนะนำ CPALL, CENTEL, ERW และ VGI

3 หุ้นเด่นแนะนำประจำวัน (Top Picks):

  • PTT: เป็นหุ้นกลุ่มปลอดภัยที่มีความทนทานสูง (Laggard Stock) ได้ประโยชน์โดยตรงจากทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวดีตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงรอรับพอร์ตลงทุน
  • CPF: ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่าลง และภาพรวมราคาเนื้อสัตว์ในช่วงครึ่งปีหลังที่มีทิศทางฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 31 ส.ค. 2569 นี้ เพื่อจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบครึ่งปีแรกที่ระดับ 0.45 บาทต่อหุ้น
  • KLINIQ: แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังมีความแข็งแกร่งอย่างชัดเจน และมีลุ้นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมจากการที่ผู้บริหารมีโอกาสปรับเป้าหมายยอดขายในปีนี้ขึ้นจากเป้าเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 20% YoY

(สำหรับโอกาสเก็งกำไรในหลักทรัพย์ต่างประเทศ แนะนำสะสม DR: JNJ03 (Johnson & Johnson) เนื่องจากได้ประโยชน์จากแรงซื้อย้ายกลุ่มหลบภัยเข้าสู่กลุ่มปลอดภัยอย่าง Healthcare ทั่วโลก และ DR: SONY80 (Sony) ซึ่งได้อานิสงส์ความสำเร็จเชิงรายได้ของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Spider-Man ภาคใหม่ที่สร้างสถิติสูงสุดทุบสถิติ No Way Home เป็นที่เรียบร้อย)


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธนชาตประกันภัย ร่วมงาน “วันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน” ประจำปี 2568 เดินหน้ารณรงค์สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน
ธนชาตประกันภัย ในฐานะภาคีเครือข่ายรณรงค์ลดอุบัติเหตุ ร่วมสนับสนุนการจัดกิจกรรมในงานวันโลกรำลึกถึงผู้สูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน (World Day of Remembrance for Road Traffic Victims)
23 พ.ย. 2025
Royal Enfield เอาใจสายครูซเซอร์   เปิดตัว Meteor 350 โฉมใหม่ ปี 2026 เติมความสบายให้ทุกการเดินทาง
Meteor 350 รุ่นปี 2026 กลับมาอีกครั้ง พร้อมดีไซน์คลาสสิกที่ทันสมัยขึ้น ขี่สบาย ฟีลชิล ตามสไตล์ครูซเซอร์ ที่เน้นความ Take it Easy
4 ก.พ. 2026
ลามิน่าร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์และอาคาร ลามิน่า ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ
14 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy