กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตามคาด SCB EIC มอง กนง. อาจคงดอกเบี้ยยาวจนถึงปี 2027
อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
242 ผู้เข้าชม

กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลาย สนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง ด้านครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ยังเปราะบาง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าคาดแต่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามปัจจัยด้านอุปทาน ในระยะข้างหน้า กนง. จะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงที่ กนง. ประเมินไว้ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
· เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวใกล้เคียงประมาณการเดิม การเติบโตของเศรษฐกิจกระจุกตัว (รูปที่ 1)
ในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดิจิทัล โดยผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพึ่งพาสินค้านำเข้าสูง และอาจเพิ่มการจ้างงานคนไทยได้จำกัด
· อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ จากข้อมูลจริงราคาพลังงานที่ลดลง
เป็นหลัก (รูปที่ 2) และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ในระยะข้างหน้า กนง. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเกินกรอบเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ตามราคาอาหารสดที่อาจปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของ El Nino
· ภาวะการเงินของ SMEs และกลุ่มเปราะบางยังตึงตัว ต่างจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวสูงขึ้น โดย กนง. สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า “สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและ SMEs ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด”
· กนง. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเหมาะสม โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบันอาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย
และธุรกิจ SMEs
IMPLICATIONS
SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027
· กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ต่อไป โดยเป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน
o การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า
o การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ ธปท. ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง
o อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย (รูปที่ 3)
· กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2027 โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงหลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน
เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงที่ กนง. ประเมินไว้ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
· เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวใกล้เคียงประมาณการเดิม การเติบโตของเศรษฐกิจกระจุกตัว (รูปที่ 1)
ในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดิจิทัล โดยผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพึ่งพาสินค้านำเข้าสูง และอาจเพิ่มการจ้างงานคนไทยได้จำกัด
· อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ จากข้อมูลจริงราคาพลังงานที่ลดลง
เป็นหลัก (รูปที่ 2) และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ในระยะข้างหน้า กนง. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเกินกรอบเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ตามราคาอาหารสดที่อาจปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของ El Nino
· ภาวะการเงินของ SMEs และกลุ่มเปราะบางยังตึงตัว ต่างจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวสูงขึ้น โดย กนง. สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า “สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและ SMEs ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด”
· กนง. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเหมาะสม โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบันอาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย
และธุรกิจ SMEs
IMPLICATIONS
SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027
· กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ต่อไป โดยเป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน
o การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า
o การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ ธปท. ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง
o อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย (รูปที่ 3)
· กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2027 โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงหลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทีโบรคเกอร์ ยกทัพผลิตภัณฑ์ประกันภัยจากธนชาตประกันภัย ร่วมออกบูธในงาน Bangkok International Motor Show 2026 เปิดมิติใหม่ของการเลือกประกันรถยนต์ ภายใต้แนวคิด “ประกันที่ใช่ ไซส์ที่พอดี”
26 มี.ค. 2026
กฟผ. ร่วมกับสถาบันอาหาร ผลักดันโครงการพัฒนาขีดความสามารถของกิจการชุมชน กฟผ. ระยะที่ 2 ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เขื่อน และระบบส่งไฟฟ้าทั่วประเทศ สร้างรายได้กว่า 2 ล้านบาท พร้อมเปิด
3 ก.ย. 2026
บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
18 พ.ค. 2026



