กนง. คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตามคาด SCB EIC มอง กนง. อาจคงดอกเบี้ยยาวจนถึงปี 2027
อัพเดทล่าสุด: 28 ส.ค. 2026
87 ผู้เข้าชม

กนง. มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0% โดยมองว่าเป็นระดับที่ผ่อนคลาย สนับสนุนเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่ำและไม่ทั่วถึง ด้านครัวเรือนและธุรกิจ SMEs ยังเปราะบาง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปต่ำกว่าคาดแต่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามปัจจัยด้านอุปทาน ในระยะข้างหน้า กนง. จะติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ และความเสี่ยงเงินเฟ้อ
เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงที่ กนง. ประเมินไว้ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
· เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวใกล้เคียงประมาณการเดิม การเติบโตของเศรษฐกิจกระจุกตัว (รูปที่ 1)
ในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดิจิทัล โดยผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพึ่งพาสินค้านำเข้าสูง และอาจเพิ่มการจ้างงานคนไทยได้จำกัด
· อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ จากข้อมูลจริงราคาพลังงานที่ลดลง
เป็นหลัก (รูปที่ 2) และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ในระยะข้างหน้า กนง. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเกินกรอบเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ตามราคาอาหารสดที่อาจปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของ El Nino
· ภาวะการเงินของ SMEs และกลุ่มเปราะบางยังตึงตัว ต่างจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวสูงขึ้น โดย กนง. สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า “สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและ SMEs ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด”
· กนง. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเหมาะสม โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบันอาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย
และธุรกิจ SMEs
IMPLICATIONS
SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027
· กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ต่อไป โดยเป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน
o การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า
o การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ ธปท. ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง
o อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย (รูปที่ 3)
· กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2027 โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงหลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน
เศรษฐกิจไทยเติบโตใกล้เคียงที่ กนง. ประเมินไว้ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำกว่าคาด
· เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ขยายตัวใกล้เคียงประมาณการเดิม การเติบโตของเศรษฐกิจกระจุกตัว (รูปที่ 1)
ในภาคการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนด้านดิจิทัล โดยผลดีต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากพึ่งพาสินค้านำเข้าสูง และอาจเพิ่มการจ้างงานคนไทยได้จำกัด
· อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ กนง. ประเมินไว้ จากข้อมูลจริงราคาพลังงานที่ลดลง
เป็นหลัก (รูปที่ 2) และการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ในระยะข้างหน้า กนง. มองว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจเกินกรอบเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2026 และไตรมาส 1 ปี 2027 ตามราคาอาหารสดที่อาจปรับสูงขึ้นจากผลกระทบของ El Nino
· ภาวะการเงินของ SMEs และกลุ่มเปราะบางยังตึงตัว ต่างจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวสูงขึ้น โดย กนง. สื่อสารใน Press statement เพิ่มเติมในครั้งนี้ว่า “สนับสนุนให้สถาบันการเงินเพิ่มการดูแลกลุ่มลูกหนี้เปราะบางและ SMEs ที่มีศักยภาพผ่านมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด”
· กนง. ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันเหมาะสม โดยการลดอัตราดอกเบี้ยในภาวะปัจจุบันอาจมีต้นทุนไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้ โดยสถานการณ์ปัจจุบันยังต้องใช้มาตรการทางการคลัง และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแก้ไขปัญหาภาวะการเงินตึงตัวในกลุ่มรายย่อย
และธุรกิจ SMEs
IMPLICATIONS
SCB EIC มองว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปตลอดทั้งปี 2026 – 2027
· กนง. จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1% ต่อไป โดยเป็นการชั่งน้ำหนักความเสี่ยงเงินเฟ้อ การเติบโตของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพระบบการเงิน
o การลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะครัวเรือนและ SMEs ที่เผชิญภาวะการเงินตึงตัว ตามความเสี่ยงเครดิตที่สูงขึ้น การใช้มาตรการทางการเงินเฉพาะจุดจึงเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิผลมากกว่า
o การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความจำเป็นน้อยลง โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงเงินเฟ้อปรับลดลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อาจมีผลต่อค่าเงินบาทในบางจังหวะบ้าง แต่ ธปท. ยังมีความสามารถในการบริหารค่าเงินไม่ให้ผันผวนจนเกินไปจากทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ระดับสูง
o อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยไม่ได้ต่ำที่สุดในภูมิภาค เมื่อคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงโดยหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงของไทยยังอยู่สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะบางประเทศที่เผชิญอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าไทย (รูปที่ 3)
· กนง. มีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ไปจนถึงปี 2027 โดย SCB EIC คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะยังเติบโตต่ำเพียง 2.1% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยลดลงหลังแรงกดดันด้านอุปทานทยอยหมดลง นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอควบคู่กับมาตรการทางการเงิน จึงเหมาะสมในการประคองเศรษฐกิจไทยที่ยังมีความเปราะบางอยู่ในหลายภาคส่วน
บทความที่เกี่ยวข้อง
นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ผู้สนับสนุนหลักสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี และ นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ ประธานสโมสรฟุตบอล พีที ประจวบ เอฟซี
27 ต.ค. 2025
SMART ชูกลยุทธ์การตลาดขยายฐานลูกค้าภูมิภาค พัฒนา Green Product ตอบโจทย์ความยั่งยืน พร้อมคุมต้นทุนการดำเนินงาน รักษามาร์จิ้นไม่ต่ำกว่า 30%
19 ก.พ. 2026
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการจัดงานมหกรรมช้อปครั้งใหญ่ POWER BUY EXPO 2025 ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 ธันวาคม 2568 ณ ไบเทค บางนา อัดโปรแรงทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ทีวี
9 ธ.ค. 2025



