แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.75-33.30 รอเงินเฟ้อชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.ย. 2026
238 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อยที่ 32.93 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.88-33.38 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างสัปดาห์เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือน เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ขณะที่เงินเยนกลับมาแข็งค่าอย่างโดดเด่น โดยตลาดเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) หลังกรรมการนโยบายส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในขนาดที่มากกว่าครั้งละ 25bp ได้ แม้เราไม่คิดว่าบีโอเจจะเลือกขึ้นดอกเบี้ยเกิน 25bp ต่อรอบประชุม แต่มีแนวโน้มว่าบีโอเจจะเร่งจังหวะการปรับดอกเบี้ยถี่ขึ้นจากเดิมทุก 6 เดือนท่ามกลางกระแสที่ว่าสหรัฐฯกำลังกดดันให้ญี่ปุ่นดำเนินนโยบายอย่างจริงจังมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาค่าเงินเยนที่ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ความผันผวนของตลาดการเงินที่สูงขึ้นประกอบกับส่วนต่างดอกเบี้ยระยะสั้นที่แคบลงระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น อาจนำไปสู่การทยอยปิดสถานะ Carry Trade ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย 3,148 ล้านบาท แต่ขายพันธบัตรสุทธิ 5,379 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า หลังตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของตลาดยังค่อนข้างจำกัด สะท้อนว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคที่จะประกาศท้ายสัปดาห์นี้ในการชี้ขาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในวันที่ 16 กันยายนหรือไม่ นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะขึ้นดอกเบี้ยเป็น 2.50% ในการประชุมวันที่ 10 กันยายน ส่วนทิศทางค่าเงินเยนเรามองว่าแม้การปรับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอาจไม่ได้หนุนเงินเยนอย่างยั่งยืน แต่ขนาดของสถานะขายเงินเยนที่ยังคงค้างอยู่ในตลาด เพิ่มความเสี่ยงที่นักลงทุนจะทยอยปิดสถานะดังกล่าว หรือ Short Covering ซึ่งเปิดโอกาสให้เงินเยนแข็งค่าต่อได้ในระยะข้างหน้า

สำหรับปัจจัยในประเทศ ไทยขาดดุลบัญชีเดินสะพัดแคบลงในเดือนกรกาคมเป็น 1.6 พันล้านดอลลาร์ ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายอย่างเต็มที่และยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมสำหรับการปรับลดดอกเบี้ย โดยธปท.ประเมินว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจตามศักยภาพของไทยอยู่ที่ราว 2.7% และความพยายามด้านนโยบายควรมุ่งเน้นไปที่การผลักดันให้การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงปรับเข้าใกล้ระดับศักยภาพมากขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง
ท็อปส์ เผยครึ่งปีแรก รับซื้อผลไม้จากเกษตรกรกว่า 5,000 ตัน ผนึกกรมการค้าภายใน ขยายตลาด–ปลุกดีมานด์ผลไม้ไทยครึ่งปีหลัง ผ่านแคมเปญ “ไทยช่วยไทยพลัส : อร่อยมั่นใจ ผลไม้ไทยคุณภาพ” ภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits 2026” ดันเป้ารับซื้อทั้งปี 11
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องสนับสนุนตลาดผลไม้ไทย เผยครึ่งปีแรก 2569 (มกราคม–มิถุนายน 2569) รับซื้อผลไม้จากเกษตรกรและแหล่งผลิตทั่วประเทศแล้วกว่า 5,000 ตัน ตอกย้ำผู้นำค้าปลีกที่สนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง
14 ก.ย. 2026
รมว.วราวุธ เยี่ยมบูธ SME D Bank ให้บริการ “พัฒนาคู่เติมทุน” เสริมแกร่งเอสเอ็มอีไทย  ในงาน “DIPROM PLUS @ DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน”
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเยี่ยมบูธของ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank
3 พ.ค. 2026
โปรโมชันจัดเต็มกับ New Honda UC3 รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยดอกเบี้ยพิเศษ 0.33%* โปรเดียวกันกับ Motor Show 2026 ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2569  จองเลย!
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ชวนสัมผัสอนาคตแห่งการเดินทางกับ New Honda UC3 รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้การเป็นเจ้าของรถ EV คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น
31 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy