แชร์

บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผลกองหุ้นไทย ES-EQUITY และกองทุน ThaiESG รวมมูลค่า 128 ล้านบาท

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ย. 2026
236 ผู้เข้าชม

นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า บลจ.อีสท์สปริง เตรียมจ่ายเงินปันผลกองทุนภายใต้การบริหารจัดการจำนวน 2 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนหุ้นไทย คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นทุน (ES- EQUITY) สำหรับผลการดําเนินงานรอบระยะเวลาบัญชี 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ในอัตรา 1.20 บาทต่อหน่วย  โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 15 กันยายน 2569 และกองทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG) คือกองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล) (ES-SETESG-ThaiESG-D) สําหรับรอบระยะเวลาบัญชี 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ในอัตรา 0.30 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 17 กันยายน 2569  คิดเป็นมูลค่าเงินปันผลรวม 128,008,617 บาท

โดยกองทุนเปิดอีสท์สปริง หุ้นทุน (ES- EQUITY) ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนทั้งในระยะยาวและระยะปานกลาง โดยลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตลาดทุน ตลาดเงิน และภาวะเศรษฐกิจ ในหลักทรัพย์ของบริษัทในภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโดยตรง ซึ่งได้แก่ ภาคการผลิต การส่งออก และบริการ รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีส่วนช่วย สนับสนุนการขยายตัวและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดยส่วนรวมเป็นหลัก นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งทุน ที่เป็นหลักทรัพย์ของกิจการที่มีปัจจัยพื้นฐานดีหรือธุรกิจที่มีศักยภาพที่จะเติบโตสูง รวมถึงหลักทรัพย์ของกิจการที่จะได้รับผลบวกจากการเติบโตขยายตัวของภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ที่มีโอกาสของประเทศ

ทั้งนี้ กองทุน  ES- EQUITY  มีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนย้อนหลัง 5 ปี คือ ปี 2564 อยู่ที่ 1 บาทต่อหน่วย ปี 2565 อยู่ที่ 0.1600 บาทต่อหน่วย ปี 2566 อยู่ที่ 0.27 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับจ่ายปันผลงวดนี้อีก 1.20 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569)

ส่วนกองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนจ่ายเงินปันผล) (ES-SETESG-ThaiESG-D) มีนโยบายที่จะเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG Index เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าวโดยจะลงทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยจะเลือกลงทุนเฉพาะในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบนกระดานหลัก หรือกระดานเอ็มเอไอที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน โดยจะพยายามดำรงค่า tracking error: ไม่เกิน 1.00% ต่อปี โดยกองทุนมีการจัดตั้ง Class D – ชนิดจ่ายเงินปันผล เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 และมีการจ่ายเงินปันผลต่อหน่วยลงทุนครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569  อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย และเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569  อยู่ที่ 0.20 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมกับจ่ายปันผลงวดนี้อีก 0.30 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินจ่ายปันผลทั้งสิ้น 0.70 บาทต่อหน่วย (ที่มา: บลจ.อีสท์สปริง ณ วันที่ 10 กันยายน 2569)

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.eastspring.co.th หรือโทร 1725 ในวันและเวลาทำการ หรือผ่านช่องทางการขายของบลจ.อีสท์สปริง หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนที่ได้รับการแต่งตั้ง โฆษณานี้ถูกว่าจ้างและได้รับการสนับสนุนโดย บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด


บทความที่เกี่ยวข้อง
TCAP เดินหน้าสร้างผลกำไรเติบโตต่อเนื่อง งวด 9 เดือนปี 68 กำไรโต 12%  จากกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทย่อยหลัก และบริษัทร่วม พร้อมเพิ่มปันผลระหว่างกาล
บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2568 และงวด 9 เดือนปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมในไตรมาส 3 ปี 2568
14 พ.ย. 2025
“ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ” รับรางวัลพันท้ายนรสิงห์ ชูผู้นำโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นสังคม
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ได้รับรางวัล “พันท้ายนรสิงห์ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2569” จากโครงการ “บุคคลต้นแบบของแผ่นดิน” โดยได้รับการคัดเลือกในสาขาบุคคลต้นแบบประเภทผู้บริหารองค์กร
25 มี.ค. 2026
CCET วางยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งสู่ธุรกิจยุคดิจิทัล  รุก AI Server-CSP-HVDC ลุย New business เต็มพิกัด  พร้อมดันไทยสู่ Smart Factory
บมจ.แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) (CCET) วางยุทธศาสตร์ธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า เดินหน้ารักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจ EMS ควบคู่กับการต่อยอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการผลิต สู่ผลิตภัณฑ์และธุรกิจเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
5 ต.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy