แชร์

กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.15-33.65 เกาะติดบอนด์ยิลด์โลก

อัพเดทล่าสุด: 28 ก.ย. 2026
27 ผู้เข้าชม

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.65 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.35 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.11-33.49 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯระยะ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดรอบ 19 ปี ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน หลังมีรายงานการโจมตีเส้นทางทางเลือกสำหรับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียที่ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯยังสดใสเกินคาด ส่วนสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนบรรลุข้อตกลงพักรบออกไปจนถึงวันที่ 10 มกราคม 2570 ทางด้านแรงขายเงินเยนถูกจำกัดโดยความเห็นของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ว่ายุคของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแบบ Abenomics ซึ่งประกอบด้วยการผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างมากและการดำเนินนโยบายการคลังอย่างยืดหยุ่นนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทย 3,584 ล้านบาท แต่ซื้อพันธบัตร 469 ล้านบาท

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ประเด็นชี้นำสำหรับอัตราแลกเปลี่ยนและทิศทางอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯซึ่งรวมถึงดัชนี ISM ภาคการผลิต และการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายน หากข้อมูลยังคงแข็งแกร่งจะยิ่งสนับสนุนมุมมองที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มคุมเข้มทางการเงินเป็นเวลานานและจะช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ต่อไป ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางกำลังกลับมาสูงขึ้นในช่วงที่ตลาดน้ำมันโลกมีภาวะตึงตัวอยู่แล้ว ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับทั้งอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อเร่งตัว นอกจากนี้ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นต่อไปหรือแม้แต่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นปัจจุบัน นักลงทุนอาจลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้างด้วยการลดสถานะที่ยังมีกำไรเพื่อชดเชยผลขาดทุนจากตราสารหนี้ โดยรวมแล้วทิศทางนโยบายของญี่ปุ่นที่เข้มงวดขึ้น ท่าทีของภาครัฐที่ไม่ต้องการเห็นเงินเยนอ่อนค่า และความเสี่ยงการปิด Carry Trades ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนค่าเงินเยน

สำหรับปัจจัยในประเทศ นักลงทุนจะติดตามตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนสิงหาคม หลังกระทรวงพาณิชย์รายงานว่ายอดส่งออกขยายตัว 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การนำเข้าสูงขึ้น 25.1% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าแคบลงเป็น 2.48 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม


บทความที่เกี่ยวข้อง
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กลุ่มคาราบาว ส่งเบียร์สดเยอรมันตะวันแดง บุกตลาดนอกโรงเบียร์ ชูคอนเซ็ปต์ ดื่มที่ไหน ก็สด อร่อย เหมือนดื่มที่โรงเบียร์ พร้อมนวัตกรรมการเสิร์ฟ มอบประสบการณ์ใหม่ในการดื่มเบียร์สดในประเทศไทย
สิ้นสุดการรอคอยกว่า 25 ปี! กลุ่มคาราบาว ประกาศสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ส่ง เบียร์สดเยอรมันตะวันแดง จากตำนานโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง  Microbrewery ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งแรกของไทย ออกจำหน่ายนอกพื้นที่โรงเบียร์เป็นครั้งแรก บุกช่องทางออนพรีมิส (On-Premise)
12 พ.ย. 2025
SA รุกตลาด Solar System รับดีมานด์พลังงานสะอาด  ส่งแพ็กเกจโซลาร์ราคาพิเศษ พร้อมบริการครบวงจรถึง 15 มิ.ย. 69
บมจ. ไซมิส แอสเสท หรือ SA เดินหน้ารุกตลาด Solar System ผ่านบริษัทในเครือ “ไซมิส เทคโนโลยี” รับกระแสความต้องการใช้พลังงานสะอาดและมาตรการภาษีสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัย นำเสนอ 2 แพ็กเกจ
18 พ.ค. 2026
บลจ.อีสท์ปสริง คัด 5 กองทุนเด็ดประหยัดภาษี RMF-ThaiESG จัดพอร์ตลงทุนช่วงท้ายปี 68
บลจ.อีสท์สปริง แนะจัดพอร์ตกองทุนประหยัดภาษี RMF และ ThaiESG ช่วงท้ายปี 68 คัดสรร 5 กองทุนที่มีศักยภาพ ครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ทั่วโลก,กองผสม,หุ้น S&P 500, หุ้นเทคโนโลยี และหุ้น-ตราสารหนี้ ThaiESG
24 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy