แชร์

ธุรกิจโรงแรมเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ระดับลักซัวรีฟื้นตัวโดดเด่น ทรัพย์สินคุณภาพสูงดัน DTPHREIT เดินหน้าสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2025
325 ผู้เข้าชม

ท่ามกลางแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและความต้องการที่พักคุณภาพในระดับพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท ดีทีพี โกลบอล รีทส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (DTPRM) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าดีทีพี ฮอสพิทอลลิตี้ (DTPHREIT) ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากกระแสใหม่ในตลาดลักซัวรีที่มีความนิยมด้านสุขภาพและประสบการณ์แบรนด์หรู ดันผลประกอบการไตรมาสสองเติบโตตามเป้าหมาย สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารทรัพย์สินและสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคง กองทรัสต์ได้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประจำไตรมาส 2/2568 ในอัตรา 0.1750 บาทต่อหน่วยทรัสต์

นางสาววนิดา สุขสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีทีพี โกลบอล รีทส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (DTPRM) กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มเชิงบวกของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกระแสใหม่ในตลาดลักชัวรี มีการขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการเติบโตของตลาดกลุ่มที่พักอาศัยแบรนด์หรู หรือ แบรนเด็ด เรสซิเดนส์ (Branded Residence) ปัจจุบันมีขนาดตลาดใหญ่เป็นที่น่าจับตาในเอเชีย  สะท้อนให้เห็นความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์เนมด้านอสังหาฯ

แนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นับได้ว่า ประเทศไทยกำลังเป็นผู้นำตลาด รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และการจัดกิจกรรมสร้างไลฟ์สไตล์ที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อนานขึ้น และปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืนกำลังก้าวขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดลักชัวรียุคใหม่ โดยเฉพาะในทำเลที่กองทรัสต์ลงทุน ซึ่งยังคงได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักธุรกิจ และผู้พำนักระยะยาว ด้วยกลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารสินทรัพย์และการรักษาคุณภาพการให้บริการ เราเชื่อมั่นว่ากองทรัสต์จะสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

กองทรัสต์ DTPHREIT ลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูง 3 แห่ง ได้แก่

1. โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ (Waldorf Astoria Bangkok) เป็นแบรนด์ระดับตำนานเป็นหนึ่งในแบรนด์หรูที่สุดของเครือ HILTON Worldwide  อยู่ในทำเลทองย่านราชประสงค์ใจกลางกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยศูนย์การค้าระดับโลก เดินทางสะดวก และมีวิวสวยจากมุมสูงมองเห็นสวนลุมและราชกรีฑาสโมสร และสกายไลน์เมือง  ออกแบบตกแต่งโดยสถาปนิกระดับโลก Andre Fu มีห้องอาหารและบาร์ที่มีชื่อเสียง เช่น Bull & Bear, Peacock Alley มีบริการ Butler และ Concierge ส่วนตัว เป็นหนึ่งในโรงแรมที่สามารถตั้งราคาห้องสูงที่สุดในกรุงเทพฯ มีจำนวนห้อง 171 ห้อง บริหารโดย HILTON Worldwide มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในปี 2567 อยู่ที่ 64%

2. โรงแรมยู เขาใหญ่ (U Khao Yai) รีสอร์ตหรูที่มีเอกลักษณ์ทั้งรูปลักษณ์และบรรยากาศในสไตล์ชาโตว์ฝรั่งเศสผสมกับความอบอุ่นแบบไทยมีทะเลสาบส่วนตัว และใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่มครอบครัวและ คู่รัก สามารถเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวไทยรายได้สูงและกลุ่ม Staycation มีห้องพักและห้องสวีทจำนวน 63 ห้อง ซึ่งออกแบบให้โปร่ง โล่ง สบาย ให้ประสบการณ์การพักผ่อนแบบรีสอร์ตแท้จริง บริหารโดย Absolute Hotel Services ผู้เชี่ยวชาญการบริหารโรงแรมระดับสากล นำเสนอแนวคิด 24-hour room use มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปี 2567 อยู่ที่ 77% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

3. เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) อพาร์ทเมนท์ระดับลักซัวรีมีจำนวนจำกัดในทำเลที่หาได้ยากถือเป็น Rare Asset เพราะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางราชประสงค์ (CBD) ตั้งอยู่ติดถนนราชดำริ ฝั่งตรงข้ามราชกรีฑาสโมสร ใกล้ BTS ราชดำริ รายล้อมด้วยศูนย์การค้าไฮเอนด์ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เกษรพลาซ่า สยามพารากอน และสวนลุมพินี ถือเป็นคุณภาพสินทรัพย์ระดับ Flagship ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok ซึ่งเป็นโรงแรมลักชัวรีระดับโลก

การตกแต่งภายใน พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว แขกผู้พักสามารถเข้าถึงฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องประชุม และพื้นที่พักผ่อนมาตรฐานโรงแรม

บริหารโดย Compass Hospitality บริษัทบริหารโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ชั้นนำ มีประสบการณ์บริหารสินทรัพย์ระดับบนทั่วเอเชีย บริหารโดยเน้นการดูแลระยะยาว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Expat, ข้าราชการระดับสูง, นักการทูต และผู้บริหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และทำเลที่สะดวกในการเดินทาง มีความต้องการเช่าอย่างสม่ำเสมอแม้ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน  มีห้องพักทั้งหมด 99 ห้อง และ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปี 2567 ที่ 91%

นางสาววนิดา กล่าวสรุปว่า การจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในไตรมาส 2 ครั้งนี้สะท้อนความมั่นคงของกระแสรายได้จากสินทรัพย์ที่กองทรัสต์ลงทุน ซึ่งล้วนเป็นทรัพย์สินระดับลักชัวรีในทำเลศักยภาพสูง และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เรามีความมุ่งมั่นที่จะบริหารกองทรัสต์อย่างมืออาชีพ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนและการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว

สำหรับนักลงทุน DTPRM ได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 และดำเนินการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กองทรัสต์ได้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประจำไตรมาส 2/2568 ในอัตรา 0.1750 บาทต่อหน่วยทรัสต์

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.dtprm.com/th/news-center/press-release


บทความที่เกี่ยวข้อง
BAM โชว์ฟอร์มแกร่ง! กำไรปี 68 พุ่ง 1,812 ล้านบาท เคาะจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น  คิดเป็น 90% ของกำไรสุทธิ
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่ามีกำไรสุทธิ 1,812 ล้านบาท
28 ก.พ. 2026
อลิอันซ์ อยุธยา จัดกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ต้อนรับลูกค้าคนสำคัญ
อามัน คาพัว รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารตัวแทน ประกันชีวิตและสุขภาพ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต พร้อมด้วยผู้บริหารฝ่ายขาย จัดกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Allianz Ayudhya Blue Eagle Golf Event with CAO 2025
30 ต.ค. 2025
MAGURO เตรียมเปิดตัว KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กคิวยาว  ต้นตำรับ “ย่าง ปรุง และควบคุมความสุกได้ตามใจ” ขวัญใจฟู๊ดดี้ทั่วโลก จากฟูกูโอกะ
MAGURO Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นแนวหน้าในประเทศไทย เขย่าวงการร้านอาหารอีกครั้ง เตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ KIWAMIYA (คิวามิยะ) ร้านแฮมเบิร์กและสเต็กเนื้อวากิวต้นตำรับจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์นำเข้า (Licensed brand)
31 ก.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy