แชร์

ธุรกิจโรงแรมเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ระดับลักซัวรีฟื้นตัวโดดเด่น ทรัพย์สินคุณภาพสูงดัน DTPHREIT เดินหน้าสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง

อัพเดทล่าสุด: 13 ส.ค. 2025
293 ผู้เข้าชม

ท่ามกลางแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและความต้องการที่พักคุณภาพในระดับพรีเมียมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัท ดีทีพี โกลบอล รีทส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (DTPRM) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าดีทีพี ฮอสพิทอลลิตี้ (DTPHREIT) ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากกระแสใหม่ในตลาดลักซัวรีที่มีความนิยมด้านสุขภาพและประสบการณ์แบรนด์หรู ดันผลประกอบการไตรมาสสองเติบโตตามเป้าหมาย สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารทรัพย์สินและสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคง กองทรัสต์ได้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประจำไตรมาส 2/2568 ในอัตรา 0.1750 บาทต่อหน่วยทรัสต์

นางสาววนิดา สุขสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีทีพี โกลบอล รีทส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (DTPRM) กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มเชิงบวกของธุรกิจโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ในประเทศไทย ซึ่งได้รับอานิสงส์จากกระแสใหม่ในตลาดลักชัวรี มีการขับเคลื่อนโดยกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการเติบโตของตลาดกลุ่มที่พักอาศัยแบรนด์หรู หรือ แบรนเด็ด เรสซิเดนส์ (Branded Residence) ปัจจุบันมีขนาดตลาดใหญ่เป็นที่น่าจับตาในเอเชีย  สะท้อนให้เห็นความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์เนมด้านอสังหาฯ

แนวโน้มของธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ นับได้ว่า ประเทศไทยกำลังเป็นผู้นำตลาด รวมไปถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตกลางแจ้ง และการจัดกิจกรรมสร้างไลฟ์สไตล์ที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะอยู่ต่อนานขึ้น และปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยแนวคิดเรื่องการดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืนกำลังก้าวขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดลักชัวรียุคใหม่ โดยเฉพาะในทำเลที่กองทรัสต์ลงทุน ซึ่งยังคงได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ นักธุรกิจ และผู้พำนักระยะยาว ด้วยกลยุทธ์เชิงรุกในการบริหารสินทรัพย์และการรักษาคุณภาพการให้บริการ เราเชื่อมั่นว่ากองทรัสต์จะสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่ดี และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง

กองทรัสต์ DTPHREIT ลงทุนในทรัพย์สินคุณภาพสูง 3 แห่ง ได้แก่

1. โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ (Waldorf Astoria Bangkok) เป็นแบรนด์ระดับตำนานเป็นหนึ่งในแบรนด์หรูที่สุดของเครือ HILTON Worldwide  อยู่ในทำเลทองย่านราชประสงค์ใจกลางกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยศูนย์การค้าระดับโลก เดินทางสะดวก และมีวิวสวยจากมุมสูงมองเห็นสวนลุมและราชกรีฑาสโมสร และสกายไลน์เมือง  ออกแบบตกแต่งโดยสถาปนิกระดับโลก Andre Fu มีห้องอาหารและบาร์ที่มีชื่อเสียง เช่น Bull & Bear, Peacock Alley มีบริการ Butler และ Concierge ส่วนตัว เป็นหนึ่งในโรงแรมที่สามารถตั้งราคาห้องสูงที่สุดในกรุงเทพฯ มีจำนวนห้อง 171 ห้อง บริหารโดย HILTON Worldwide มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในปี 2567 อยู่ที่ 64%

2. โรงแรมยู เขาใหญ่ (U Khao Yai) รีสอร์ตหรูที่มีเอกลักษณ์ทั้งรูปลักษณ์และบรรยากาศในสไตล์ชาโตว์ฝรั่งเศสผสมกับความอบอุ่นแบบไทยมีทะเลสาบส่วนตัว และใกล้อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของกลุ่มครอบครัวและ คู่รัก สามารถเข้าถึงตลาดนักท่องเที่ยวไทยรายได้สูงและกลุ่ม Staycation มีห้องพักและห้องสวีทจำนวน 63 ห้อง ซึ่งออกแบบให้โปร่ง โล่ง สบาย ให้ประสบการณ์การพักผ่อนแบบรีสอร์ตแท้จริง บริหารโดย Absolute Hotel Services ผู้เชี่ยวชาญการบริหารโรงแรมระดับสากล นำเสนอแนวคิด 24-hour room use มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปี 2567 อยู่ที่ 77% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

3. เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ แมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด (MRB) อพาร์ทเมนท์ระดับลักซัวรีมีจำนวนจำกัดในทำเลที่หาได้ยากถือเป็น Rare Asset เพราะตั้งอยู่ในทำเลใจกลางราชประสงค์ (CBD) ตั้งอยู่ติดถนนราชดำริ ฝั่งตรงข้ามราชกรีฑาสโมสร ใกล้ BTS ราชดำริ รายล้อมด้วยศูนย์การค้าไฮเอนด์ เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เกษรพลาซ่า สยามพารากอน และสวนลุมพินี ถือเป็นคุณภาพสินทรัพย์ระดับ Flagship ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกับโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok ซึ่งเป็นโรงแรมลักชัวรีระดับโลก

การตกแต่งภายใน พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเท่าโรงแรม 5 ดาว แขกผู้พักสามารถเข้าถึงฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องประชุม และพื้นที่พักผ่อนมาตรฐานโรงแรม

บริหารโดย Compass Hospitality บริษัทบริหารโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ชั้นนำ มีประสบการณ์บริหารสินทรัพย์ระดับบนทั่วเอเชีย บริหารโดยเน้นการดูแลระยะยาว และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เช่าซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Expat, ข้าราชการระดับสูง, นักการทูต และผู้บริหารจากบริษัทยักษ์ใหญ่ เหมาะสำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และทำเลที่สะดวกในการเดินทาง มีความต้องการเช่าอย่างสม่ำเสมอแม้ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน  มีห้องพักทั้งหมด 99 ห้อง และ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยปี 2567 ที่ 91%

นางสาววนิดา กล่าวสรุปว่า การจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนในไตรมาส 2 ครั้งนี้สะท้อนความมั่นคงของกระแสรายได้จากสินทรัพย์ที่กองทรัสต์ลงทุน ซึ่งล้วนเป็นทรัพย์สินระดับลักชัวรีในทำเลศักยภาพสูง และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เรามีความมุ่งมั่นที่จะบริหารกองทรัสต์อย่างมืออาชีพ โดยคำนึงถึงความยั่งยืนและการสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ในระยะยาว

สำหรับนักลงทุน DTPRM ได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหน่วยทรัสต์ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 และดำเนินการจ่ายประโยชน์ตอบแทนในวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา กองทรัสต์ได้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนประจำไตรมาส 2/2568 ในอัตรา 0.1750 บาทต่อหน่วยทรัสต์

สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.dtprm.com/th/news-center/press-release


บทความที่เกี่ยวข้อง
ธอส. ร่วมกับกองทัพอากาศและพันธมิตร ยกระดับคุณภาพสถานศึกษา ส่งมอบโครงการปรับปรุงห้องน้ำ ณ โรงเรียนทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช
นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. ร่วมกับกองทัพอากาศ กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ และหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมกิจกรรมหน่วยมิตรประชากองทัพอากาศ ส่งมอบโครงการปรับปรุงห้องน้ำให้แก่โรงเรียนทุ่งสง ตำบลถ้ำใหญ่
9 ก.ค. 2025
คิง เพาเวอร์ จัดแคมเปญ THE POWER GIFTIVAL จับมือ 6 ชุมชนไทย ชวนช้อปสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนส่งท้ายปี
คิง เพาเวอร์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว ฉลองเทศกาลแห่งความสุข จัดแคมเปญ THE POWER GIFTIVAL ชวนช้อปสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นรวบรวมสินค้าจาก 6 ชุมชนไทย
15 ธ.ค. 2025
กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับ OIC FC ลงสนามเชื่อมสัมพันธ์  ผ่านกิจกรรมการแข่งขันกีฬาฟุตบอลกระชับมิตร
บมจ. กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับ ชมรมกีฬาฟุตบอล คปภ. (OIC FC) จัดกิจกรรม การแข่งขันกีฬาฟุตบอลกระชับมิตร เชื่อมความสัมพันธ์ชาย-หญิง ครั้งที่ 1
22 ต.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy