แชร์

คปภ. ยืนยันประชาชนเลือกทำประกันรถยนต์แบบ “ระบุชื่อผู้ขับขี่” หรือ “ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่” ได้ตามความสมัครใจ พร้อมเปิดทาง “ผู้ขับขี่ดี” รับส่วนลดเบี้ยสูงสุดถึง 40%

อัพเดทล่าสุด: 3 ก.พ. 2026
169 ผู้เข้าชม

จากกรณีที่ปรากฎข่าวและมีการนำเสนอข้อมูลอย่างแพร่หลายว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ซึ่งกำหนดให้ผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทุกฉบับต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด จำนวน 5 ราย โดยไม่สามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุชื่อในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใช้งานรถยนต์คันเอาประกันภัยได้นั้น อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้าง

สำนักงาน คปภ. ขอชี้แจงและยืนยันว่า คำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ไม่ได้ยกเลิกการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่แต่อย่างใด โดยประชาชนผู้เอาประกันภัยทุกรายยังคงสามารถเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่จากบริษัทประกันภัยได้ตามปกติ ทั้งนี้ สำหรับผู้เอาประกันภัยที่เลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อตามหลักเกณฑ์ใหม่ จะสามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุด จำนวน 5 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ระบุได้เพียง 2 ราย โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นหากมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี แม้ว่ากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวจะกำหนดให้มีการระบุชื่อผู้ขับขี่ แต่หาก ผู้เอาประกันภัย มีความจำเป็นต้องให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุชื่อเป็นผู้ใช้รถยนต์ ผู้เอาประกันภัยยังคงได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน ในกรณีที่อุบัติเหตุดังกล่าวมิได้เกิดจากความประมาทของบุคคลนั้น

สำนักงาน คปภ. ขอเรียนเพิ่มเติมว่า การออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มเติมแบบมาตรฐานกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานรถยนต์ในปัจจุบัน และยกระดับระบบประกันภัยรถยนต์ของประเทศไทยให้มีความเป็นธรรมและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงหรือชำระค่าเบี้ยประกันภัยในอัตรา   ที่สูงขึ้นจากพฤติกรรมการขับขี่ของผู้อื่นที่มีความเสี่ยงมากกว่า นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยอย่างเป็นธรรม โดยชำระค่าเบี้ยประกันภัยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริงของตนเอง ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัย และได้รับผลตอบแทนที่เป็นรูปธรรมจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี

ภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่นี้ นอกจากผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยตามประวัติการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของรถยนต์คันเอาประกันภัยแล้ว ยังจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติมจากประวัติพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ด้วย โดยจะมีการจัดระดับความเสี่ยงออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1 ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ไปจนถึงระดับ 5 ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำ โดยพิจารณาจากพฤติกรรมการขับขี่ย้อนหลัง 12 เดือนนับแต่วันที่ขอเอาประกันภัย หากผู้ขับขี่ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุจากความประมาทในช่วงเวลาดังกล่าว    บริษัทประกันภัยจะนำระดับพฤติกรรมการขับขี่จากปีที่ผ่านมา ไปใช้ในการคำนวณค่าเบี้ยประกันภัย ตัวอย่างเช่น ในปีแรกของการนำพฤติกรรมการขับขี่มาใช้ หากผู้ขับขี่ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุจากความประมาท ระดับพฤติกรรมการขับขี่จะถูกกำหนดให้อยู่ในระดับ 2 ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยทันทีในปีแรกที่มีการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ และหากไม่มีการเกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง ระดับพฤติกรรมการขับขี่จะสามารถปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึงระดับ 5 ซึ่งจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 40%

“สำนักงาน คปภ. ยืนยันว่า การออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการ   เข้าทำสัญญาหรือการใช้ทรัพย์สินของตนเองแต่อย่างใด ประชาชนผู้เอาประกันภัยทุกรายยังคงสามารถเลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ทั้งแบบระบุชื่อและไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ได้ตามความเหมาะสมกับลักษณะการใช้รถยนต์ของแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เลือกทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่ ผู้เอาประกันภัยที่มีประวัติการขับขี่ดีจะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยทันที              อันเป็นการจ่ายเบี้ยประกันภัยอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริง”


บทความที่เกี่ยวข้อง
บลจ.อีสท์สปริง จัดสัมมนาเปิดมุมมองการลงทุนปี 2026 เน้นสร้างสมดุลระหว่างโอกาสและความเสี่ยง
บลจ.อีสท์สปริง จัดงานสัมมนาใหญ่ “เปิดมุมมองการลงทุนปี 2569 (2026 Market Outlook) ” ยกทัพกูรูจาก Eastspring Investments พร้อม 3 พันธมิตรชั้นนำด้านการลงทุนระดับโลก
5 ก.พ. 2026
ทีทีบี ยกระดับการค้าไทย-จีน เปิดบริการโอนเงินหยวน “เต็มจำนวน”  พร้อมเสริมศักยภาพการนำเข้า-ส่งออก ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ครบ จบ ในที่เดียว
ทีทีบีตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโซลูชันการค้าระหว่างประเทศ เปิดให้บริการโอนเงินหยวนแบบ “เต็มจำนวน” ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจกับคู่ค้าจีน
5 ก.พ. 2026
depa เปิดหลักสูตร “Digital CEO" รุ่นที่ 9 อย่างเป็นทางการ สานต่อภารกิจสร้างผู้นำยุคใหม่ขับเคลื่อนประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ depa ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล depa
5 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy