“ซิตี้” ชี้การค้าโลกยังแข็งแกร่งท่ามกลางแรงกดดัน เผยอาเซียนดาวรุ่งรับอานิสงส์จากการเปลี่ยนโครงสร้างการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะที่ “ไทย” ติดโผฮับกระจายซัพพลายเชนแห่งใหม่
ซิตี้ (Citi) เปิดรายงาน Supply Chain Financing – Durable Global Trade in the Age of AI ล่าสุด โดยวิเคราะห์ทิศทางการค้าโลกอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ จากความผันผวนของมาตรการภาษี การใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานสู่รูปแบบกระจายศูนย์ตามภูมิภาค อย่างไรก็ตาม แม้เผชิญแรงกดดันจากหลายด้านแต่ภาคธุรกิจทั่วโลกสามารถปรับตัวเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงได้ ผ่านการกระจายความเสี่ยงและการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลกส่งผลให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับอานิสงส์จากการกระจายฐานการผลิต โดยผลสำรวจพบว่า 17% ขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วโลก เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายสำหรับการกระจายห่วงโซ่อุปทาน
นายแอนโดนีโร เซสทารี่ หัวหน้าส่วนบริหารการค้าโลกและเงินทุน ซิตี้ กล่าวว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินงานของธุรกรรมการเงินเพื่อการค้า (Trade Finance) โดยระบบประมวลผลเอกสารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ช่วยให้การตรวจสอบเอกสารมีความแม่นยำสูงขึ้นในระยะเวลาที่ลดลง นอกจากนี้ โครงการนำร่องการชำระเงินผ่านบล็อกเชน ยังสะท้อนถึงศักยภาพในการเปลี่ยนผ่านจากหนังสือค้ำประกันรูปแบบกระดาษ ไปสู่การทำธุรกรรมดิจิทัลที่สามารถดำเนินการได้เกือบตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบชำระบัญชีอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยำ”
จากรายงานข้อมูลดัชนีความกดดันห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของซิตี้ (Citi Global Supply Chain Pressure Index) ประกอบกับการวิเคราะห์ปริมาณธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันผ่านธุรกิจบริการทางการเงินของซิตี้ ตลอดจนผลการสำรวจบริษัทข้ามชาติและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ชี้ว่า แม้กำแพงภาษีของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 16.8% จาก 2.4% ก่อนการเปลี่ยนรัฐบาล แต่ดัชนีชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 เนื่องจากภาคธุรกิจสามารถปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากภาษีในระยะแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง การกระจายฐานซัพพลายเออร์ และการเร่งขยายฐานการผลิตไปยังประเทศใกล้เคียง
ขณะที่ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการค้าสะท้อนให้เห็นถึงการจัดระเบียบโครงสร้างการค้าโลกครั้งใหม่ โดยภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียนกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์หลัก เห็นได้จากมูลค่าการส่งออกสินค้าจากภูมิภาคเอเชียเหนือและเอเชียตะวันออกไปยังทั้งสองภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นเป็น 44% ขณะเดียวกัน ภูมิภาคละตินอเมริกาซึ่งเป็นห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงเอเชียและอเมริกาเหนือ มียอดการส่งออกไปยังเอเชียใต้และอาเซียนเพิ่มขึ้นสูงถึง 82% ถือเป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดในโลก นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังมีการกระจายฐานการนำเข้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดนำเข้าจากเอเชียใต้และอาเซียนเพิ่มขึ้น 50% และจากละตินอเมริกาเพิ่มขึ้น 43% สูงกว่าอัตราการเติบโตของการนำเข้าจากเอเชียเหนือและเอเชียตะวันออกซึ่งอยู่ที่ 32%
รายงานยังประเมินว่า เทคโนโลยี AI กำลังขับเคลื่อนวัฏจักรการลงทุนครั้งใหญ่ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดย ซิตี้ รีเสิร์ช (Citi Research) คาดการณ์มูลค่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกอาจพุ่งสูงถึง 7.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 267 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2573 ภายใต้ระบบนิเวศดังกล่าว ธุรกรรมการเงินเพื่อการค้าได้เข้ามามีบทบาทสำคัญด้วยโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งแต่สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจ (Supply Chain Finance) ไปจนถึงโปรแกรมลูกหนี้การค้าแบบจัดโครงสร้าง (Structured Receivables) เพื่อรองรับโปรเจกต์พัฒนาศูนย์ข้อมูล ที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เงินทุนมหาศาล นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้ AI ในแวดวงการเงินเพื่อการค้ายังเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยผลสำรวจพบว่าบริษัทขนาดใหญ่ถึง 36% ได้เริ่มนำเครื่องมือ AI มาใช้งานแล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 18% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
“นวัตกรรมเหล่านี้ เมื่อผสานกับความเชี่ยวชาญด้านการจัดโครงสร้างทางการเงิน จะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถปลดล็อกสภาพคล่องและเพิ่มประสิทธิภาพเงินทุนหมุนเวียนได้สูงสุด พร้อมทั้งเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก” นายแอนโดนีโร กล่าวเสริม
ภายใต้บริบทการค้าและห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อนขึ้น การบริหารเงินทุนหมุนเวียนจึงเป็นประเด็นที่ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญ ผลการสำรวจองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ 710 แห่งทั่วโลกโดยซิตี้ พบว่า บริษัท 64% มีความกังวลต่อต้นทุนวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น และได้มีการจัดสรรเงินทุนหมุนเวียนราว 6.3% สำหรับค่าใช้จ่ายด้านภาษีนำเข้า รวมถึงมีการบริหารการเงินสำหรับสินค้าคงคลัง การจัดโครงสร้างลูกหนี้ และการให้ส่วนลดแบบไดนามิกเพื่อเสริมสภาพคล่อง ผลสำรวจยังระบุว่า 65% ขององค์กรธุรกิจเริ่มกระจายห่วงโซ่อุปทานไปยังหลายประเทศ โดยองค์กรกว่า 25% เลือกประเทศเวียดนามเป็นประเทศเป้าหมายหลัก ตามมาด้วยประเทศไทยที่ 17% ประเทศอินเดียที่ 10% และประเทศเม็กซิโกที่ 6%
ผู้สนใจสามารถศึกษารายงาน Supply Chain Financing – Durable Global Trade in the Age of AI ฉบับเต็มได้ทาง https://www.citigroup.com/global/insights/supply-chain-financing-2026 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ ซิตี้ ประเทศไทย



