แชร์

PwC ชี้เทรนด์เฮลแคร์ไทยพลิกสู่การป้องกันและการดูแลเฉพาะบุคคล หนุนองค์กรเร่งใชข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบ

อัพเดทล่าสุด: 29 มิ.ย. 2026
327 ผู้เข้าชม

กรุงเทพฯ, 29 มิถุนายน 2569 – PwC ประเทศไทย เผยอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพของไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากโมเดล ‘รักษาเมื่อป่วย’ สู่ ‘การดูแลเชิงป้องกันเฉพาะบุคคล’ ตามกระแสโลก โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจาก AI การใช้ข้อมูล และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ผู้ให้บริการต้องเร่งปรับตัวเพื่อแข่งขันในระบบนิเวศที่กำลังขยายข้ามอุตสาหกรรม

นางสาว ศนิชา อัครกิตติลาภ หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดการดูแลสุขภาพ (healthcare) ของไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ การใช้เทคโนโลยีด้านสุขภาพ และการดูแลสุขภาพให้มีอายุยืนยาว (longevity) โดยได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ผลกระทบจากโควิด–19 ปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางดิจิทัลที่สะดวกขึ้น

“ทุกวันนี้โครงสร้างของอุตสาหกรรมด้านสุขภาพกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ ไม่ใช่แค่เทรนด์ระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก

ผู้บริโภค เทคโนโลยี และเม็ดเงินลงทุน ซึ่งกำลังเร่งให้ระบบด้านสุขภาพขยับจากการรักษา ไปสู่การป้องกันและการดูแลแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น” นางสาว ศนิชา กล่าว

“ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคในวันนี้มีบทบาทมากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการเข้าถึงข้อมูล การเปรียบเทียบบริการ และการขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ทำได้สะดวกและรวดเร็ว ส่งผลให้ ‘ผู้บริโภคสุขภาพ’ มีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น และคาดหวังประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ให้บริการจึงจำเป็นต้องเร่งยกระดับทั้งคุณภาพการดูแลและประสบการณ์ผู้ป่วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปได้อย่างแท้จริง” เธอ กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจากรายงาน Global Health Report ของ PwC ระบุว่า อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก AI ข้อมูล และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้โมเดลการดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อป่วย (reactive care) ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า (preventive care) และการดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเป้าหมายไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่คือการเพิ่มคุณภาพชีวิต (healthspan) ที่ดีในระยะยาว

ข้อมูลและ AI: กลไกสำคัญของการดูแลสุขภาพยุคใหม่

นางสาว ศนิชา กล่าวต่อว่า ‘ข้อมูล’ จะเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสุขภาพในระยะต่อไป โดยผู้บริโภคจะยิ่งมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น ผ่านแอปพลิเคชัน หรือรายงานดิจิทัล แทนการเข้าถึงระบบแบบดั้งเดิมที่ต้องขอเอกสารจากสถานพยาบาล ทั้งนี้ องค์กรควรเร่งพัฒนาความสามารถด้านการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อรองรับการดูแลเชิงคาดการณ์ (predictive care) และการบริการที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมยังเผชิญความท้าทายจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย ตลอดจนข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ เทคโนโลยี และการกำกับดูแลข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง ผู้ให้บริการจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการข้อมูลตลอดวงจร (data lifecycle) ควบคู่กับการยกระดับมาตรการความปลอดภัยทางไซเบอร์

นอกจากนี้ AI จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ์อุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ โดยมีบทบาทในการคาดการณ์โรคล่วงหน้า สนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์ และยกระดับการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล

ข้อมูลจากรายงาน Global Digital Trust Insights ประจำปี 2568 ของ PwC ระบุว่า ผู้นำในอุตสาหกรรมเฮลแคร์เพียง 24% มั่นใจว่าสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้ ขณะที่มีเพียง 19% ที่มั่นใจในการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้าน AI

ระบบนิเวศเฮลแคร์ไทยขยายสู่ความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม

ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า นางสาว ศนิชา กล่าวว่า อุตสาหกรรมเฮลแคร์ของไทยจะพัฒนาไปสู่ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี ค้าปลีก ประกันภัย หรือการขนส่ง โดยรูปแบบบริการจะผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างชัดเจน เช่น การดูแลสุขภาพที่บ้านผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล การใช้เทคโนโลยีและระบบการสื่อสารเพื่อบริการด้านสุขภาพ การแพทย์ทางไกล (telehealth) และบริการสุขภาพแบบครบวงจร

“ในอนาคต การแข่งขันจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ให้บริการด้านสุขภาพแบบดั้งเดิม แต่จะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้เล่นในระบบนิเวศที่หลากหลาย ดังนั้น องค์กรจำเป็นต้องปรับโมเดลธุรกิจเดิมจาก hospital-centric มาลงทุนในเทคโนโลยี ข้อมูล และการสร้างพันธมิตร เพื่อขยายระบบนิเวศของธุรกิจเฮลแคร์ และรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวมากขึ้น” เธอกล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อการเริ่มต้นใหม่ ต้องการมากกว่าโอกาส  PROUD ผนึก TOA–BIG Trees เปิด “RESTART CENTER”  ชวนสังคม “ลอง” มอบโอกาส แก่ผู้พลาดพลั้ง
PROUD ผนึกกำลัง TOA – BIG Trees – เรือนจำจังหวัดนนทบุรี จัดงาน “RESTART CENTER” ศูนย์เชื่อมโยงโอกาสด้านอาชีพสำหรับผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ มุ่งสร้างเส้นทางจากการพัฒนาทักษะและการเตรียมความพร้อม ไปสู่โอกาสในการทำงานจริงและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
18 ก.ย. 2026
บราเดอร์ครองแชมป์เครื่องพิมพ์อันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับโดย IDC 2026 ต่อเนื่อง 18 ปีในกลุ่ม A3 Color Inkjet MFP และ 8 ปีในกลุ่ม A4 Laser Printer
บราเดอร์ ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์เครื่องพิมพ์อันดับ 1 ของโลก ใน 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก จากผลการจัดอันดับ IDC 2026 สะท้อนความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดระดับสากล
21 เม.ย. 2026
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 32.30-33.00 จับตาภูมิรัฐศาสตร์และเงินเฟ้อสหรัฐฯ
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาท/ดอลลาร์
7 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy