แชร์

CFARM วางเกมครึ่งปีหลัง 2569 มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง เร่งก่อสร้างฟาร์มไก่ไข่ หนุนการเติบโตระยะยาว

อัพเดทล่าสุด: 21 ก.ค. 2026
331 ผู้เข้าชม

บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่ต่อโรงเรือน ควบคู่การลงทุนเทคโนโลยี Smart Farm และ Data Analytics เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเร่งก่อสร้างโครงการฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว หลังปรับรูปแบบก่อสร้างให้เหมาะสมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมั่นใจจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตและขยายฐานรายได้ของบริษัทในอนาคต

นายชูรัตน์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทมุ่งเดินหน้าต่อยอดการเติบโตของธุรกิจทั้งในส่วนของฟาร์มไก่เนื้อและโครงการฟาร์มไก่ไข่ เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง การบริหารต้นทุน และการลงทุนอย่างรอบคอบ แม้ภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังมีความผันผวน บริษัทเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ในการบริหารจัดการฟาร์ม ระบบเกษตรพันธสัญญา และมาตรการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ด้านโครงการฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว ภายใต้รูปแบบ Contract Farming ปัจจุบันความคืบหน้าโดยรวมยังอยู่ในระดับเดิม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้การเตรียมพื้นที่และงานก่อสร้างดำเนินการได้ช้ากว่าแผน ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทปรับรูปแบบการก่อสร้างบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและควบคุมต้นทุน โดยไม่กระทบต่อมาตรฐานและคุณภาพของโครงการ ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเริ่มงานก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ขณะเดียวกัน ธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดีขึ้น ทั้งอัตราการเลี้ยงรอดและคุณภาพไก่ที่อยู่ในระดับน่าพอใจ ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงด้านโรคระบาดผ่านระบบ Biosecurity ที่เข้มงวด ส่งผลให้ได้รับความเชื่อมั่นจากคู่สัญญาและมีโอกาสเพิ่มจำนวนรอบการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงมั่นใจว่า เมื่อโครงการฟาร์มไก่ไข่แล้วเสร็จ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมฐานรายได้ สร้างการเติบโต และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของ CFARM ได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว.

“บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพต่อโรงเรือน (Productivity per House) เพื่อยกระดับผลตอบแทนจากการลงทุน มากกว่าการขยายกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับการต่อยอดจุดแข็งของระบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพของรายได้และลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอก นอกจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าลงทุนในโรงเรือนระบบปิด (EVAP System) และนำเทคโนโลยี Smart Farm รวมถึง Data Analytics มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์ม เพื่อควบคุมต้นทุน ยกระดับคุณภาพการผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายชูรัตน์ กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เผยอินไซต์ “เนื้อออสเตรเลียพรีเมียม” ยังยืนหนึ่งครองใจคนไทย พร้อมชวนเปิดประสบการณ์การเดินทางแห่งรสชาติ ผ่านวัตถุดิบคุณภาพจาก 6 แคว้นชั้นนำ ในงาน Discover Australia: Six States of Excellence
ท็อปส์ ธุรกิจกลุ่มฟู้ด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าผนึกความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และสำนักงานการพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลีย
20 มี.ค. 2026
MEDEZE เข้าตามหลักเกณฑ์รับรองมาตรฐาน ธนาคารเซลล์"  ขานรับประกาศ ราชกิจจาฯ เดินหน้าสู่ผู้นำธุรกิจสุขภาพแห่งอนาคต
เมดีซ กรุ๊ป เข้าตามหลักเกณฑ์รับรองมาตรฐาน ขานรับการประกาศราชกิจจานุเบกษา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการรับรองมาตรฐานธนาคารเซลล์ (Cell Banking)
22 ต.ค. 2025
บี.กริม เพาเวอร์ มอบเงินสนับสนุน มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังฯ ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล
บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล ด้วยการมอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมของ มูลนิธิอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี
26 พ.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy