แชร์

CFARM วางเกมครึ่งปีหลัง 2569 มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง เร่งก่อสร้างฟาร์มไก่ไข่ หนุนการเติบโตระยะยาว

อัพเดทล่าสุด: 21 ก.ค. 2026
182 ผู้เข้าชม

บมจ.ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM เดินหน้ากลยุทธ์ครึ่งปีหลัง 2569 มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงไก่ต่อโรงเรือน ควบคู่การลงทุนเทคโนโลยี Smart Farm และ Data Analytics เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเร่งก่อสร้างโครงการฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว หลังปรับรูปแบบก่อสร้างให้เหมาะสมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมั่นใจจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญที่ช่วยสร้างการเติบโตและขยายฐานรายได้ของบริษัทในอนาคต

นายชูรัตน์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทมุ่งเดินหน้าต่อยอดการเติบโตของธุรกิจทั้งในส่วนของฟาร์มไก่เนื้อและโครงการฟาร์มไก่ไข่ เพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง การบริหารต้นทุน และการลงทุนอย่างรอบคอบ แม้ภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังมีความผันผวน บริษัทเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ในการบริหารจัดการฟาร์ม ระบบเกษตรพันธสัญญา และมาตรการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ด้านโครงการฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว ภายใต้รูปแบบ Contract Farming ปัจจุบันความคืบหน้าโดยรวมยังอยู่ในระดับเดิม เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้การเตรียมพื้นที่และงานก่อสร้างดำเนินการได้ช้ากว่าแผน ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้บริษัทปรับรูปแบบการก่อสร้างบางส่วนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนและควบคุมต้นทุน โดยไม่กระทบต่อมาตรฐานและคุณภาพของโครงการ ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเริ่มงานก่อสร้างอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายเดือนนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ขณะเดียวกัน ธุรกิจฟาร์มไก่เนื้อยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประสิทธิภาพการเลี้ยงที่ดีขึ้น ทั้งอัตราการเลี้ยงรอดและคุณภาพไก่ที่อยู่ในระดับน่าพอใจ ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงด้านโรคระบาดผ่านระบบ Biosecurity ที่เข้มงวด ส่งผลให้ได้รับความเชื่อมั่นจากคู่สัญญาและมีโอกาสเพิ่มจำนวนรอบการเลี้ยงอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงมั่นใจว่า เมื่อโครงการฟาร์มไก่ไข่แล้วเสร็จ จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมฐานรายได้ สร้างการเติบโต และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของ CFARM ได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว.

“บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพต่อโรงเรือน (Productivity per House) เพื่อยกระดับผลตอบแทนจากการลงทุน มากกว่าการขยายกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว ควบคู่กับการต่อยอดจุดแข็งของระบบเกษตรพันธสัญญาแบบประกันราคา ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพของรายได้และลดความผันผวนจากปัจจัยภายนอก นอกจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าลงทุนในโรงเรือนระบบปิด (EVAP System) และนำเทคโนโลยี Smart Farm รวมถึง Data Analytics มาเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์ม เพื่อควบคุมต้นทุน ยกระดับคุณภาพการผลิต และเสริมศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว” นายชูรัตน์ กล่าว


บทความที่เกี่ยวข้อง
กลุ่มดุสิตธานี เผยไตรมาส 4 การท่องเที่ยวฟื้นดันรายได้เพิ่ม 78.9% จากไตรมาสก่อนหน้า ประเมินแนวโน้มปี 69 ธุรกิจขยายตัว 5-8% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์ EBITDA Margin
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 (ตุลาคมถึงธันวาคม) ปี 2568 ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 3,121 ล้านบาท
26 ก.พ. 2026
SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR  ชวนเด็กๆ อบรมฟรี! ที่ฟิวเจอร์ พาร์ค และสเปลล์
กิจกรรม โตไปขับเป็น SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ส่วนหนึ่งของโครงการ ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล ร่วมสร้างพื้นฐานให้เด็กๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ช่วงปิดภาคเรียน เรียนรู้กฎจราจร ฝึกขับขี่บนถนนจำลองที่ปลอดภัย และรับใบขับขี่จำลองเป็นที่ระลึก
24 ก.ย. 2025
กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารยูโอบีประจำปี 2568 แตะระดับ 7.7 พันล้านเหรียญสิงคโปร์  ผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง  ทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายของธนาคาร
กลุ่มธนาคารยูโอบีรายงานกำไรจากการดำเนินงานสำหรับปีงบประมาณสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ที่ 7.7 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และลูกค้ารายย่อย
27 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy